จับตาประชุมเฟด รู้ผล 17 ก.ย.นี้ ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์?

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

จับตาประชุมเฟด รู้ผล 17 ก.ย.นี้ ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์?

Date Time: 16 ก.ย. 2569 15:15 น.

Video

ทำไมอายุ 35+ หางานยาก? แล้วคนวัยนี้ต้องปรับตัวยังไงให้อยู่รอดในตลาดแรงงาน? | Money Issue EP.76

Summary

จับตาเฟดคืนนี้ ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ลุ้นขึ้นสั้นแล้วตรึง หรือขึ้นยาวสกัดเงินเฟ้อ หลังรคาาน้ำมันพุ่ง โบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นได้ประโยชน์



Latest


นาทีนี้สายเทรดและนักลงทุนทั่วโลกต่างรอฟังผลการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อย่างใจจดใจจ่อ ตลาดไม่ได้ลุ้นเพียงว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ แต่กำลังจับตาว่า Fed จะส่งสัญญาณขึ้นต่ออีกกี่ครั้ง

ซึ่งผลการประชุมนัดสำคัญนี้ เราจะได้รับรู้ผลอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 17 กันยายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย

ชนวนสำคัญที่ทำให้เฟดต้องกลับมาทบทวนทิศทางดอกเบี้ยอย่างหนัก เกิดจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามใหญ่ที่ทุกคนอยากรู้ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นว่า เฟดจะตัดสินใจอย่างไร และหุ้นกลุ่มไหนในตลาดที่จะได้อานิสงส์จากรอบนี้

ตัวเลขจาก CME FedWatch Tool สะท้อนให้น้ำหนักสูงถึง 92% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้ว่าตลาดส่วนใหญ่จะรับรู้และคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม

แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดแท้จริงกลับเป็น "Dot Plot" หรือสัญญาณส่งผ่านจากเฟดถึงทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป Thairath Money จึงชวนมาเจาะลึกทั้งฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ และโพยหุ้นเด็ดที่จะกลายเป็นผู้ชนะในเกมดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้กัน

เจาะ 3 ฉากทัศน์ดอกเบี้ยเฟด ดอกเบี้ยพุ่งต่อหรือขึ้นสั้นแล้วตรึง?

ฝ่ายวิจัยฯ บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า ประเด็นสำคัญของการประชุมรอบนี้อยู่ที่การประเมิน Scenario ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและผลกระทบต่อตลาดหุ้น โดยกรณีแรก หากเฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% พร้อม Dot Plot ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้แค่ 1 ครั้ง ตลาดหุ้นมีโอกาสดีดตัวขึ้นได้อย่างร้อนแรง

ส่วนกรณีที่สอง หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4.00% ตามคาด พร้อม Dot Plot ชี้ขึ้นปีนี้ 1 ครั้ง ก็จะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นรีบาวน์กลับมาได้เช่นกัน

แต่หากเกิดกรณีที่สาม คือเฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4.00% แต่นำเสนอ Dot Plot ที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้มากกว่า 1 ครั้ง ตลาดหุ้นจะเผชิญความเสี่ยงผันผวนหนักทันที

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ประเมินว่าการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในรอบนี้มีน้ำหนักสูงที่จะเป็นภาพ "Insurance Hike" หรือการขึ้นดอกเบี้ยสั้นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนที่จะตรึงดอกเบี้ยไว้ เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะถัดไปมีลักษณะเหนียวแน่นตามราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ทรงตัวสูง

ด้านบทวิเคราะห์ บล. พาย ระบุว่า ตลาดมองเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องรวมถึง 4 ครั้งเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่ร้อนแรงจากราคาพลังงาน ดังนั้น ท่าทีการแถลงของประธานเฟดจึงเป็นจุดชี้ขาดสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเงินทุนโลกต่อจากนี้

เปิดโผหุ้นเด็ด กลุ่มไหนเข้าตา?

เมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง หุ้นกลุ่ม Value และ Defensive จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักในการเลือกลงทุน

บล. พาย ระบุว่า หุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคารอย่าง BBL, KBANK, KTB, SCB และกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC นอกจากนี้ยังแนะนำ หุ้นกลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL, CPN, HMPRO, CRC และกลุ่มโรงพยาบาล เช่น BDMS, BH, BCH, PR9 เป็นต้น

โดยหุ้น Top Pick แนะนำ BBL โดยให้ราคาเป้าหมาย 213 บาท จากการได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่หนุนด้วยกระแสเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคอาเซียน ช่วยส่งผลบวกต่อการขยายสินเชื่อและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง

ด้าน บล. กรุงศรี มองว่าหุ้นธีม Energy Security เช่น PTT, IVL และ SCC ยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ยืนอยู่ในระดับสูง ขณะที่หุ้นภาคบริการและการบิน ได้แก่ AOT, THAI, ERW, AWC รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล BDMS และ BCH เป็นจังหวะทยอยสะสมเพื่อรอรับวันหยุดยาวปลายปีและมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว

นอกจากนี้ หุ้นธีมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้า และนิคมฯ เช่น GULF, GPSC, BGRIM, STECON, PYLON, AMATA, WHA จะได้อานิสงส์จากการเก็งกำไรเกณฑ์ Data Center ใหม่ และแผนงาน PDP 2026

ส่วน บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า อีกปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยคือการผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.79 ล้านล้านบาท ซึ่งมีงบลงทุนสูงถึง 7.89 แสนล้านบาท การปลดล็อกงบประมาณรอบนี้จะช่วยเร่งโครงการเมกะโปรเจกต์ หนุนหุ้นกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้างอย่าง CK, STECON, SCC, SCCC, TPIPL รวมถึงกลุ่มค้าปลีก CPALL, CPAXT, BJC เป็นต้น


ดังนั้น ประเด็นสำคัญของการลงทุนรอบนี้อาจไม่ใช่เพียงการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แต่คือสัญญาณของเฟดต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป ขณะที่นักลงทุนยังต้องติดตาม Dot Plot และถ้อยแถลงของ Fed อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือไม่

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ