
Apple เปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรกของบริษัท มาพร้อมหน้าจอ 7.6 นิ้ว และราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,199 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับรุ่น 2TB
หุ้น Apple ปรับตัวลง 1.53% หลังเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานอีเวนต์ใหญ่ประจำปีของบริษัท ซึ่งรวมไปถึง iPhone Duo สมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรกของ Apple ซึ่งผลตอบรับจากตลาดและนักลงทุนทั้งในผลิตภัณฑ์ใหม่และฟีเจอร์ใหม่ที่ค่อนข้างเงียบในช่วงที่ผ่านมา
งานครั้งนี้ยังถือเป็นงานครั้งแรกภายใต้การนำของ John Turnus ซีอีโอคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งแทน Tim Cook เมื่อต้นเดือนกันยายนนี้
ก่อนหน้านี้ การปรับตัวของหุ้น Apple มีทิศทางที่ดีมาโดยตลอดหลังเปิดตัวสินค้าใหม่ออกมาในตลาด แม้ในระยะสั้นหุ้นจะปรับตัวลง แต่ในระยะถัดมาช่วง 30-60 วันหุ้นจะฟื้นตัวขึ้น
ตามผลการศึกษาของนักวิเคราะห์จาก Bank of America เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า หุ้น Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 60 วันหลังการเปิดตัว iPhone มาแล้ว 17 ครั้ง นับตั้งแต่การเปิดตัว iPhone รุ่นแรกในปี 2007
การปรับตัวขึ้นมากที่สุดเกิดขึ้นหลังการเปิดตัว iPhone 11 ในปี 2019 โดยหุ้น Apple เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อผ่านไป 60 วันหลังงานเปิดตัว
เมื่อวานนี้ Apple ได้จัดงาน “Surprise and Shine” ที่ Steve Jobs Theater โดยงานครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เนื่องจาก John Ternus ซีอีโอคนใหม่ ได้ขึ้นเวทีเปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรก
สิ่งหนึ่งที่มีการพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ คือราคาของรุ่น Duo ซึ่งเป็น iPhone แบบพับได้รุ่นแรกของ Apple จะเป็นบททดสอบว่าผู้บริโภคยอมควักเงินจำนวนมากเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนหรือไม่
โดยรุ่นราคา 3,199 ดอลลาร์สหรัฐมีราคาสูงใกล้เคียงกับแล็ปท็อป MacBook Pro ของ Apple และเกือบแตะระดับราคา 3,699 ดอลลาร์สหรัฐของเฮดเซต Vision Pro ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่บริษัทคาดหวังเลยทีเดียว
ด้วยต้นทุนด้านวิศวกรรมที่ซับซ้อนและราคาชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น ผลักดันให้ iPhone Duo มีราคาสูงขึ้นไปอีกระดับ โดยตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขั้นสูงถึง 2 จอ และ Apple ต้องพัฒนาแนวทางใหม่ในการทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ มีขนาดเล็กลง ขณะเดียวกัน ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำอย่างรุนแรงก็ทำให้ต้นทุนของอุตสาหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมพุ่งสูงขึ้น
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว Apple ยังคงต้องการรักษาราคาเริ่มต้นของ iPhone Duo ให้ต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อไม่ให้ราคาตั้งต้นดูสูงเกินไปในสายตาผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม รุ่นความจุสูงที่มีราคาสูงกว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรได้
อย่างไรก็ตาม คู่แข่งของ Apple ก็ไม่ได้มีราคาห่างกันมากนัก โดยราคาเริ่มต้นของ iPhone Duo สูงกว่า Pixel 11 Pro Fold ของ Google และ Galaxy Z Fold 8 ของ Samsung เพียง 100 ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับ Samsung รุ่นพับได้ที่มีราคาสูงที่สุดอย่าง Fold 8 Ultra มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 2,699 ดอลลาร์สหรัฐ แต่รุ่นดังกล่าวให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุดเพียง 1TB ซึ่งน้อยกว่า iPhone Duo รุ่นท็อปที่ให้ความจุสูงสุด 2TB
Apple พยายามลดแรงกระแทกจากราคาที่สูงด้วยการเปิดตัวโปรแกรมเช่าเครื่องรูปแบบใหม่ โดยลูกค้าสามารถซื้อ iPhone Duo รุ่นพื้นฐานผ่านโปรแกรมดังกล่าวในราคา 57.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ขณะที่รุ่นความจุ 2TB มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 92.81 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
นอกจากนี้ Apple ยังตั้งราคาสูงขึ้นสำหรับผู้บริโภคในบางประเทศ โดย iPhone Duo มีราคาเริ่มต้นที่ 2,999 ดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 2,172 ดอลลาร์สหรัฐ และ 3,499 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 2,525 ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับ iPhone 18 Pro และ Pro Max นั้น Apple ปรับขึ้นราคาเล็กน้อย โดยเพิ่มราคาจำหน่ายในสหรัฐฯ รุ่นละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน Apple ยังปรับขึ้นราคา iPhone 16, iPhone 17e, iPhone 17 และ iPhone Air อีก 100 ดอลลาร์สหรัฐ แม้ไม่ได้มีการอัปเดตตัวเครื่องของรุ่นเหล่านี้เพิ่มเติม โดยบริษัทได้ยุติการจำหน่าย iPhone 17 Pro และ Pro Max ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว แต่ Apple ยังไม่ได้ปรับขึ้นราคาของ AirPods หรือ Apple Watch
สุดท้ายนี้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดใหม่ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ Apple กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของ John Ternus ซึ่งทางฝั่งของนักลงทุนกำลังประเมินว่า การอัพเดตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ครั้งนี้จะสามารถสนับสนุนกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของ Apple และสร้างการเติบโตให้บริษัทได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต
ที่มา: Yahoo! Finance, Business Insider, Bloomberg, Tradingview
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney