
Nvidia ถือหุ้นใน 8 บริษัทเทคโนโลยี ได้แก่ Intel, SpaceX, CoreWeave, Coherent, Nokia, Synopsys, Nebius และ Generate Biomedicines
ปัจจุบัน Nvidia ไม่ได้เป็นแค่บริษัทผลิตชิปที่เป็นแรงหลักในการขับเคลื่อนกระแส AI ทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังสวมหมวกนักลงทุนรายใหญ่ ถือหุ้นอยู่ในหลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ จนขึ้นชื่อว่าเป็น ผู้ถือหุ้นของลูกค้าตัวเอง
ล่าสุดพอร์ตการลงทุนของ Nvidia ได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก ตามรายงาน 13F ที่ Nvidia ได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) พบว่า บริษัทถือหุ้นในบริษัทอื่นอยู่เพียง 8 บริษัท แต่รวมเป็นมูลค่าสูงกว่า 63,439 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี SpaceX เป็นหุ้นที่ Nvidia เพิ่งเข้าไปซื้อเพิ่ม
ตามแบบฟอร์ม 13F ที่ Nvidia ยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา รายงานสถานะการถือครองหุ้น ณ สิ้นไตรมาส 2 (30 มิถุนายน 2026) เปิดเผยว่า Nvidia มีการถือหุ้นในบริษัทอื่นทั้งหมด 8 บริษัท โดยเรียงลำดับสัดส่วนการถือครองได้ดังนี้
จะเห็นได้ว่าแค่ Intel กับ SpaceX สองบริษัทนี้ กินสัดส่วนไปแล้วกว่า 80% ของพอร์ตทั้งหมด ตามนโยบายของ Nvidia ที่เลือกลงทุนแบบเน้นหนักไปที่พาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตัวเองเป็นหลัก มากกว่าจะกระจายพอร์ตออกไปในหลายอุตสาหกรรม
ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดในการเปิดเผยพอร์ตครั้งนี้ คือสถานะใหม่ใน SpaceX ซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่ Nvidia เข้าไปซื้อหุ้นในตลาดโดยตรงแต่อย่างใด แต่เป็นผลพวงมาจากดีลก่อนหน้านี้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม 2026 Nvidia ได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าไปลงทุนใน xAI บริษัท AI ของ Elon Musk ซึ่งเป็นเจ้าของโมเดล Grok ก่อนที่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน SpaceX จะเข้าซื้อกิจการ xAI ทั้งหมด ทำให้เงินลงทุนก้อนดังกล่าวของ Nvidia ที่เดิมอยู่ใน xAI ถูกแปลงมาเป็นหุ้น SpaceX โดยอัตโนมัติ
พอมาถึงเดือนมิถุนายน 2026 SpaceX ก็เปิดขายหุ้น IPO เข้าตลาด Nasdaq เป็นครั้งแรก ทำให้สถานะการถือหุ้นของ Nvidia ที่เคยเป็นการลงทุนแบบ Private Company ต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณะผ่านแบบฟอร์ม 13F ไปโดยปริยาย และนี่เองที่ทำให้ตัวเลขการถือหุ้น SpaceX ของ Nvidia ปรากฏให้เห็นเป็นครั้งแรกในพอร์ตการลงทุน
ด้านราคาหุ้น SPCX หลังจากปิดไตรมาส 2 อยู่ที่ 170.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ณ วันที่ Nvidia ยื่นแบบฟอร์ม 13F ทำให้มูลค่าการถือหุ้นจริงของ Nvidia ลดลงเหลือประมาณ 17,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ตัวเลขจะลดลงจากช่วงพีค แต่ก็ยังถือเป็นผลตอบแทนที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินลงทุนตั้งต้น
ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ FactSet ระบุว่า Nvidia อยู่ในอันดับที่ 6 ของผู้ถือหุ้น SpaceX รายใหญ่ที่สุด โดยอันดับ 1 คือ Elon Musk เองที่ถือหุ้นมูลค่าสูงถึงราว 850,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่ถือหุ้นมูลค่าราว 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ่านบทความเพิ่มเติม: ใครเป็นเจ้าของ SpaceX บ้าง?
ในส่วนของ Intel ที่ยังคงเป็นสินทรัพย์อันดับ 1 ของพอร์ต Nvidia นั้น ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 Nvidia ประกาศเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Intel มูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนที่ดีลจะปิดสมบูรณ์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2025 หลังผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐฯ (FTC) โดย Nvidia เข้าซื้อหุ้น Intel ไป 214.7 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 23.28 ดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อถึงสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ มูลค่าหุ้น Intel ที่ Nvidia ถืออยู่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลัง Intel เพิ่งทำการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรอบใหม่มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกดดันราคาหุ้นให้อ่อนตัวลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือเป็นผลตอบแทนที่งดงามมาก จากเงินลงทุนตั้งต้นเพียง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี
อีกประเด็นที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนเริ่มพูดถึงกันมากขึ้น คือความกังวลเรื่อง Circular Financing หรือการลงทุนแบบวนเป็นวงกลม เนื่องจากทั้ง SpaceX และ Intel ที่ Nvidia เข้าไปถือหุ้นอยู่นั้น ต่างก็เป็นลูกค้าที่ซื้อชิปจาก Nvidia ไปใช้งานด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ Elon Musk เคยระบุว่า SpaceX จะใช้ชิปของ Nvidia เพียงเจ้าเดียวใน Data Center และโมเดล AI ขั้นสูงของบริษัทเท่านั้น
ต่อประเด็นดังกล่าว Jensen Huang ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Nvidia ออกมาปฏิเสธข้อกังวลนี้อย่างหนักแน่น โดยระบุว่า การมองว่าเป็นการลงทุนวนเป็นวงกลมนั้นไร้สาระ พร้อมย้ำในหลายเวทีว่า ดีมานด์ที่เกิดขึ้นเป็นของจริงและเงินทุนที่ใช้ไม่ใช่รายได้ของ Nvidia แต่อย่างใด
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอร์ตการลงทุนของ Nvidia ในตอนนี้เป็นความเชื่อมโยงที่แนบแน่นระหว่างบริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ที่สุดของโลก กับบรรดาพาร์ตเนอร์ที่เป็นทั้งลูกค้าและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น SpaceX, Intel, CoreWeave หรือ Nebius ก็ตาม และคงต้องติดตามกันต่อไปว่าในไตรมาสถัด ๆ ไป Nvidia จะปรับพอร์ตการลงทุนนี้ไปในทิศทางไหนอีกบ้าง
ที่มา: CNBC, FinTel, Hedge Follow
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney