
ttb และ DBS ร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจ Wealth Management โดยมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้ากลุ่ม High-Net-Worth ในประเทศไทย
หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับความร่วมมือระหว่างแบงก์มากนัก แต่ในยุคนี้จะบุกตลาดคนเดียวอาจสู้ยาก ธนาคารในไทยจึงต้องจับมือกับแบงก์ที่มีเครือข่ายในต่างประเทศแข็งแกร่งเพื่อขยายฐานลูกค้าและแชร์จุดแข็งซึ่งกันและกัน เลยเป็นที่มาของดีลด้านการบริหารความมั่งคั่งระหว่างธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) และ DBS Bank Ltd. (DBS) จากสิงคโปร์ ที่น่าจับตามอง
ต้นสัปดาห์นี้มีข่าว ttb และ DBS ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงแรกคือ พอร์ตของลูกค้าการลงทุนที่เป็นเงินบาทของบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) หรือ DBSVT ที่อยู่ในเครือของ DBS จะโอนย้ายมาบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (ttb wealth) คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ค. 2570
แต่ใช่ว่าลูกค้า DBSVT จะต้องย้ายมาทุกราย เพราะต้องเข้าเงื่อนไข และการโอนพอร์ตต้องเกิดจากความยินยอมของลูกค้าแต่ละรายก่อน โดย DBSVT ยังคงให้บริการลูกค้ากลุ่ม Private Wealth Management ในประเทศไทยต่อไป ผ่านบริการ Private Banking ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สำหรับพอร์ตการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่ใช่สกุลเงินบาท รวมถึงธุรกิจ Equity Institutional Sales (EIS) ของ DBSVT จะยังดำเนินการตามปกติและให้บริการลูกค้าเหมือนเดิม
ถ้าเจาะลึกสาเหตุที่ช่วงนี้ธนาคารในไทยรวมถึง ttb หันมารุกตลาด Wealth หรือการบริการบริหารความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจชะลอตัวจนเกิด K-Shape ที่ขาล่างชะลอลง แต่ขาบนหรือลูกค้ากลุ่มผู้มั่งคั่งยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราจึงเห็น ttb เร่งทำแคมเปญและขยายฐานลูกค้าทั้งคนมีเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาท ไปจนถึงกลุ่ม Private Banking ที่มักมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 50 ล้านบาทขึ้นไป และตั้งเป้าจะเพิ่ม AUM ขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านการเพิ่มเครื่องมือการลงทุนให้ครบวงจร ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนรวมและอื่นๆ
ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ttb กล่าวว่า ความร่วมมือ ttb และ DBS ก็เพื่อยกระดับ Wealth Ecosystem ขยายโอกาสและต่อยอดศักยภาพด้านการลงทุน เพื่อให้แบงก์สามารถดูแลลูกค้ากลุ่ม High-Net-Worth ได้ครอบคลุมและตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตแต่ละบุคคล
หลังจากนี้ทั้ง 2 แบงก์จะพัฒนาความร่วมมือในระยะต่อไป ทั้งการนำผลิตภัณฑ์และโซลูชันการลงทุนต่างประเทศของ DBS มาเสนอให้ลูกค้า ttb
ชี ทีเซ คุน Group Head of Consumer Banking & Wealth Management DBS เล่าถึงความร่วมมือนี้ว่า ในสิงคโปร์ การวางแผนทางการเงินแบบองค์รวม มีการปรับใช้ดิจิทัลมาให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล เชื่อว่าความร่วมมือนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงการลงทุนที่ดียิ่งขึ้น
ในประเทศไทยกลุ่มธนาคารดีบีเอส ประเทศสิงคโปร์ ถือหุ้น 100% ในบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DBSV ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งลูกค้าสถาบัน และลูกค้าบุคคล ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจในไทยตั้งแต่ 2541
ขณะที่มุมมองจาก บล.กสิกรไทย ดีลนี้จะช่วยให้ ttb เร่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีฐานะ (HNW) สิ่งที่ตามมาคือ AUM ของลูกค้ากลุ่มบนและรายได้ค่าธรรมเนียม โดยอ้างอิงข้อมูลที่เปิดเผย Global Private Banker (เมื่อ 5 ก.ย. 2567) DBS มีธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยประมาณ 100,000 ล้านบาท แต่ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 300,000 ล้านบาทในปี 2569
ดังนั้นเบื้องต้นหากวางสมมติฐานว่า DBS มี AUM ที่ 200,000 ล้านบาท มีฐานค่าธรรมเนียมที่ 1% ต่อปีของ AUM และมีอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 20–30% เราประเมินว่า อัตราการโอนพอร์ตทุกๆ 10% จะช่วยเพิ่มกำไรของ ttb ในปี 2570 ราว 0.18–0.28% ซึ่งหมายความว่าหากมีอัตราการโอนพอร์ต 100% จะช่วยเพิ่มแนวโน้มกำไรในปี 2570 ราว 1.85–2.77%
ด้านมุมมองจาก InnovestX จากดีลนี้สิ่งที่ ttb จะได้ผลเชิงบวกเพราะประเมินว่ารายได้ค่าธรรมเนียมของ ttb จะเพิ่มขึ้นราว 1-2% ซึ่งหนุนให้ปรับประมาณการกำไรปี 2570 เพิ่มอีก 0.6% และปี 2571 ได้อีก 1% นอกจากนี้อาจมาช่วยชดเชยกำไรในปี 2570 ที่อาจลดลง 5% หลังจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กำลังจะหมดลง
เบื้องต้นข้อมูลจาก DBS ระบุว่า การโอนพอร์ตลงทุนจะมีผลกับบัญชีลูกค้ารายย่อยที่เปิดไว้กับ DBSVT และหลักทรัพย์ อนุพันธ์ และทรัพย์สินที่ไม่ได้อยู่ภายใต้บัญชี DCA (ตัวบัญชี DCA ทาง DBSVT จะดูแลต่อไป)
สำหรับลูกค้า DBSVT ที่เข้าเงื่อนไข บริษัทจะทยอยติดต่อลูกค้ากลุ่มบัญชีรายย่อยตั้งแต่ 31 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการโอนย้ายและขอความยินยอมในการโอนบัญชี ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และสัญญา สิทธิ และหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปยัง ttb wealth
ส่วนลูกค้ารายย่อยที่เปิดบัญชีกับ DBSVT ไว้แต่ในบัญชีไม่มีเงินสด ทรัพย์สิน หรือภาระผูกพันใดๆ ภายใน 30 วันก่อนการปิดบัญชี ทางบริษัทฯ จะแจ้งเกี่ยวกับการปิดบัญชีตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง และจะส่งหนังสือยืนยันให้ลูกค้าเมื่อปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ส่วนลูกค้าในกลุ่ม Institutional Sales (EIS) ที่มีบัญชี Equity Institutional Sales เปิดไว้กับ DBSVT ทางบริษัทยังให้บริการเหมือนเดิม
สุดท้ายนี้ คงต้องรอติดตามความคืบหน้าของดีลนี้ และพันธมิตรใหม่ๆ ของ ttb ที่จะทำเพื่อขยายโปรดักต์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าของแบงก์
ที่มา DBS, บล.กสิกรไทย, InnovestX
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney