Fund Flow เปลี่ยนทิศ? เปิดเดือน ส.ค. ต่างชาติขายหุ้นไทย 7 พันล้าน จับตาเม็ดเงินไหลกลับสหรัฐฯ

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Fund Flow เปลี่ยนทิศ? เปิดเดือน ส.ค. ต่างชาติขายหุ้นไทย 7 พันล้าน จับตาเม็ดเงินไหลกลับสหรัฐฯ

Date Time: 6 ส.ค. 2569 13:41 น.

Video

ถ้ารู้ตัวช้า เงินน้อย แถมยังมีหนี้ วัยเกษียณเราจะรอดไหม? กับ ฟ้า ญาดา x ลูกหมู นฤมล I Money Issue EP.63

Summary

ตลาดหุ้นไทยเริ่มเผชิญแรงกดดัน หลังต่างชาติเปิดเดือน ส.ค. ขายสุทธิกว่า 7 พันล้านบาท โบรกฯ มอง "เสน่ห์" ดึงดูด Fund Flow เริ่มจาง และบทบาท Safe Haven ลดลง แนะคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี รับมือเงินทุนผันผวน

Latest


ตลาดหุ้นไทยที่เคยเป็นหนึ่งในตลาดดาวเด่นของโลกในปี 2569 กำลังส่งสัญญาณที่น่ากังวลอีกครั้ง แม้ดัชนี SET Index จะยังยืนเหนือระดับ 1,600 จุด และให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 เกือบ 28% ซึ่งสิ่งที่นักลงทุนเริ่มจับตาคือทิศทางของกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มเปลี่ยนไป

ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นไทยได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ไทยถูกมองเป็น "แหล่งพักเงิน" หรือ Safe Haven ของภูมิภาค และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

แต่เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลาย ภาพดังกล่าวก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สัญญาณแรกที่เห็นได้ชัด คือเม็ดเงินต่างชาติเปิดเดือนสิงหาคมด้วยการขายสุทธิอย่างหนัก

เปิดเดือน ส.ค. สัญญาณ Fund Flow เริ่มเปลี่ยนทิศ

หากมองภาพใหญ่ตั้งแต่ต้นปี 2569 นักลงทุนต่างชาติยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นไทย โดยดัชนี SET ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1,609.78 จุด เพิ่มขึ้น 350.11 จุด หรือ 27.79% จากต้นปี สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นของโลกในปีนี้

เมื่อเจาะลึกข้อมูลการซื้อขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2569 ของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม พบว่า นักลงทุนต่างชาติ ยังเป็นผู้ซื้อสุทธิสูงสุด 68,201.74 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยในประเทศ ซื้อสุทธิ 9,122.50 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Prop Trade) ซื้อสุทธิ 11,396.57 ล้านบาท

ส่วนฝั่งนักลงทุนสถาบันในประเทศ เป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิสูงถึง 88,720.81 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าแรงซื้อจากต่างชาติเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันดัชนี SET ตลอดช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้

อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของกระแสเงินทุนเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศในช่วงเปิดเดือนสิงหาคม โดยข้อมูลการซื้อขายล่าสุดพบว่า เพียง 3 วันทำการแรกของเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมแล้วกว่า 7,732 ล้านบาท

ขณะที่วันที่ 5 สิงหาคมเพียงวันเดียว มีแรงขายสุทธิสูงถึง 6,065 ล้านบาท โดยหุ้น TRUE เป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกขายออกมากที่สุด

สะท้อนว่า แม้ภาพรวมทั้งปีเงินทุนต่างชาติยังไม่ไหลออกจากตลาดไทย แต่โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มเปลี่ยนจาก "ซื้อสะสม" มาเป็น "ขายทำกำไร" หลังดัชนีปรับขึ้นมามากในช่วง 7 เดือนแรกของปี

โบรกฯ มอง Fund Flow อาจไม่แรงเหมือนเดิม

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส มองว่า แม้ตลาดหุ้นไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของโลกในช่วง 7 เดือนแรกของปี แต่หุ้นไทย เสน่ห์ดึงดูด Fund Flow เริ่มจาง หลังความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามตะวันออกกลาง เริ่มคลี่คลาย ทำให้บทบาทของไทยในฐานะตลาดพักเงิน หรือ Safe Haven ลดลง และเม็ดเงินต่างชาติเริ่มทยอยไหลออก

นอกจากนี้ ยังประเมินว่า Momentum หุ้นไทยแผ่วลง และมีแนวโน้มไหลไปตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากขึ้น โดยสัญญาณจาก Relative Rotation Graph (RRG) พบว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มเคลื่อนจากกลุ่ม Leading ไปสู่ Weakening สะท้อนโอกาสที่ตลาดไทยจะ Outperform ตลาดโลกเริ่มลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยที่อยู่ในระดับต่ำ แม้จะเป็นบวกต่อต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ แต่กลับลดความน่าสนใจของการลงทุนในสายตาต่างชาติ ประกอบกับความเสี่ยงจากเงินบาทอ่อนค่าและปัจจัยการเมืองในประเทศที่กลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน ทำให้ Fund Flow มีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้ยากขึ้นในระยะสั้น และหากไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน อัพไซด์ของดัชนีอาจเริ่มจำกัด

ด้าน นักวิคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า ประเด็นที่ต้องติดตามในเดือนสิงหาคม คือการเคลื่อนไหวของ Fund Flow หลังนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยแล้วกว่า 7,700 ล้านบาท

ซึ่งสอดคล้องกับการไหลออกของเงินทุนในหลายตลาดภูมิภาค แต่สำหรับตลาดหุ้นไทย มูลค่าการขายถือว่าสูงกว่าหลายประเทศ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าเป็นเพียงแรงขายระยะสั้นหรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนทิศทางเงินทุน

อย่างไรก็ตาม หากดัชนีอ่อนตัวลงใกล้แนวรับ ก็อาจเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง มากกว่าการตื่นตระหนกกับแรงขายระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ

แนะคัดเลือกหุ้นรายตัว รับตลาดผันผวน

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง มองว่า ควรใช้จังหวะตลาดผันผวนทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ภายใต้กลยุทธ์ "เขียวขาย แดงซื้อ" เน้นหุ้นที่กำไรมีแนวโน้มเติบโต ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติ โดยหุ้นเด่น ได้แก่ BBL, CPALL, CPAXT, ADVANC และ BH เป็นต้น

ด้าน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) แนะนำให้นักลงทุนติดตามทิศทาง Fund Flow ต่างชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้จังหวะดัชนีย่อตัวเป็นโอกาส Trading และทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวและแนวโน้มผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ CPALL, AOT, BDMS, GULF และ TRUE เป็นต้น

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส แนะนำลดการไล่ซื้อดัชนี และหันมาเน้นหุ้นที่อิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ได้แก่ CPALL, CRC, DOHOME, BA, ERW, CENTEL, THAI, BDMS, BH, MTC, SAWAD และ TIDLOR พร้อมแนะนำให้นักลงทุนถือ ทองคำ เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุนด้วย


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ