
ผ่านมาแล้ว 7 เดือนของปี 2569 สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ระหว่างทางจะมีจังหวะพักฐานให้ใจหายใจคว่ำกันบ้าง โดยเฉพาะแรงขายทำกำไรในกลุ่มแบงก์และแรงกดดันจากพี่ใหญ่ DELTA ที่ฉุดดัชนีเวลาปรับฐาน
แต่ถ้ามองภาพรวมทั้งปี ต้องยอมรับว่าหุ้นไทยยังคงเป็นบวกอยู่ ณ ระดับปิดวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ดัชนี SET เพิ่มขึ้นมาถึง 338.44 จุด หรือ +26.87% จากช่วงต้นปี 2569 มาอยู่ที่ 1,598.11 จุด
ตลาดที่เป็นบวกขนาดนี้ทำให้หุ้นใหญ่ในกลุ่ม SET100 ปรับตัวขึ้นกันเป็นแถว โดยมีหุ้นที่ราคาบวกมากถึง 82 ตัว ขณะที่ราคาปรับตัวลงมีเพียง 17 ตัว และไม่เปลี่ยนแปลงอีก 1 ตัว
ท่ามกลางกระแสขาขึ้นของตลาด ก็ยังมีหุ้นบางกลุ่มที่ "สวนตลาด" ร่วงลงสวนทางเพื่อนอย่างชัดเจน Thairath Money พาไปเจาะลึกกันว่า 5 อันดับหุ้น SET100 ที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2569 มีใครบ้าง สาเหตุที่ฉุดราคาคืออะไร แล้ววันนี้เป็นจังหวะที่น่าเข้าเก็บสะสมหรือยัง
อันดับที่ 5 หุ้น AAV
เริ่มกันที่หุ้นที่ติดลบน้อยที่สุดในลิสต์นี้ คือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น AAV หุ้นแม่ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 0.07 บาท หรือ -6.25% จากต้นปี 2569 มาอยู่ที่ 1.05 บาท
ข้อมูลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) พบว่ามีโบรกเกอร์แนะนำ "ซื้อ" 3 ราย แนะนำ "ถือ" 7 ราย และแนะนำ "ขาย" 4 ราย โดยให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 1.07 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับราคาตลาดปัจจุบันมาก สะท้อนมุมมองที่ค่อนข้างระมัดระวังของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่
อย่างบทวิเคราะห์จาก บล.พาย มองว่า AAV กำลังเผชิญปัจจัยลบจากผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2569 ที่จะถูกกดดันหนักจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100% แม้บริษัทจะสามารถปรับราคาตั๋วขึ้นชดเชยได้บางส่วน แต่ก็คาดว่าจะยังคงมีผลขาดทุนสูงถึง 2,284 ล้านบาทในไตรมาสนี้
ขณะที่ไตรมาส 3/2569 แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มทยอยดีขึ้น แต่การเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจท่องเที่ยวจะยังกดดันให้ AAV ขาดทุนต่อเนื่องอีกไตรมาส ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปี
ทั้งนี้ด้วยราคาน้ำมันที่แม้จะสูงแต่ไม่มากเท่าที่เคยประเมินไว้ จึงปรับลดคาดการณ์ขาดทุนทั้งปีเหลือ 2,688 ล้านบาท จากเดิมที่เคยคาดขาดทุนกว่า 4,000 ล้านบาท
อันดับที่ 4 หุ้น GFPT
ต่อมาคือหุ้นบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ผู้ประกอบธุรกิจเกษตรครบวงจรตั้งแต่ฟาร์มไก่ไปจนถึงแปรรูปเนื้อไก่ ราคาปรับตัวลดลง 0.90 บาท หรือ -8.49% จากต้นปี 2569 มาอยู่ที่ 9.70 บาท
ข้อมูลจาก IAA Consensus พบว่ามีโบรกเกอร์แนะนำ "ซื้อ" 6 ราย แนะนำ "ถือ" 9 ราย และแนะนำ "ขาย" 2 ราย โดยให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 10.19 บาท
บทวิเคราะห์จาก บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมาย 12 เดือนขึ้นจากเดิม 10.00 บาท เป็น 14.80 บาท โดยประเมินว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะลดลง 14.2% จากปีก่อน
และเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มฟาร์มสัตว์บกที่กำไรฟื้นตัวได้จากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้คาดอยู่ที่ 4,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% จากไตรมาสก่อน จากปริมาณและราคาส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 16.3% จาก 14.6% ในไตรมาสก่อน
นอกจากนี้ ยังปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 10% เป็น 2,239 ล้านบาท และปี 2570 ขึ้น 8% เป็น 2,416 ล้านบาท โดยมองว่าไตรมาส 3/2569 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากช่วงไฮซีซันของการส่งออก ปัจจุบันหุ้น GFPT ซื้อขายที่ P/E ปี 2569 เพียง 5.4 เท่า ซึ่งหยวนต้ามองว่ายังถูกอยู่
อันดับที่ 3 หุ้น BTS
อันดับสามคือหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เจ้าของรถไฟฟ้าบีทีเอส ราคาปรับตัวลดลง 0.22 บาท หรือ -9.65% จากต้นปี 2569 มาอยู่ที่ 2.06 บาท
ด้าน IAA Consensus มีโบรกเกอร์ให้ความเห็นทั้งหมด 6 ราย แนะนำ "ซื้อ" 1 ราย "ถือ" 4 ราย และ "ขาย" 1 ราย ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 เฉลี่ยที่ 2.65 บาท
บทวิเคราะห์จาก บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงคำแนะนำ "ถือ" ให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 2.3 บาท โดยมองว่าแม้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายเพดาน 17-45 บาท ที่จะเริ่มใช้ 1 มกราคม 2570 จะเป็นปัจจัยบวก และอาจช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้ 15-20% แต่เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดกลไกการอุดหนุนที่ชัดเจน ราคาหุ้นปัจจุบันก็ใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายแล้ว จึงยังไม่เห็นอัปไซด์เพิ่มเติมมากนัก
นอกจากนี้ โครงการสนามบินอู่ตะเภาที่ BTS ถือหุ้น 40% ยังขาดความชัดเจน จากความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้ BTS ต้องเจรจากับ EEC เพื่อปรับเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นขึ้น
อันดับที่ 2 หุ้น BAM
อันดับที่สองคือหุ้นบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ราคาปรับตัวลดลงแรงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม SET100 โดยราคาหุ้นอยู่ที่ 6.85 บาท ลดลง 1.05 บาท หรือ -13.12% นับจากต้นปี 2569
ข้อมูลจาก IAA Consensus ระบุว่ามีโบรกเกอร์ให้ความเห็นทั้งหมด 8 ราย แนะนำ "ซื้อ" 6 ราย และ "ขาย" 2 ราย ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 เฉลี่ยที่ 7.61 บาท
บทวิเคราะห์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 7.50 บาท โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อนหน้า จากผลเรียกเก็บหนี้ที่สูงขึ้น
แต่จะลดลงถึง 79% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรปีก่อนสูงเป็นพิเศษจากดีล NPL และ NPA ขนาดใหญ่ 2 ดีล โดยผลเรียกเก็บในไตรมาส 2/2569 คาดอยู่ที่ราว 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 51% จากปีก่อน
ทั้งนี้คงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ไว้ตามหลักความระมัดระวัง โดยคาดว่ากำไรจะลดลง 6% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของ BAM ยังอยู่ที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีในระดับ 6.5%
นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์จากการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน (JVAMC) เพิ่มเติม และโอกาสจากดีลเรียกเก็บหนี้ขนาดใหญ่ เช่น โซเนวา คีรี รีสอร์ท เกาะกูด และโรงแรมอินทรา รีเจนท์ ประตูน้ำ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความเสี่ยงด้านการเรียกเก็บเงินสดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และอุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลง
อันดับที่ 1 หุ้น THAI
อันดับ 1 ของหุ้น SET100 ที่ร่วงแรงที่สุดตั้งแต่ต้นปี คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ราคาปรับตัวลดลง 1.20 บาท หรือ -17.27% จากต้นปี 2569 มาอยู่ที่ 5.75 บาท
โดย IAA Consensus ระบุว่ามีโบรกเกอร์ให้ความเห็นทั้งหมด 13 ราย แนะนำ "ซื้อ" 5 ราย "ถือ" 7 ราย และ "ขาย" 1 ราย ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 เฉลี่ยที่ 7.01 บาท
บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุว่า THAI ได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET50/SET100 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตามคาด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกระแสเงินลงทุน
โดยกรุงศรีประเมินว่าอาจมีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนราว 950 ล้านบาท แต่ในระยะสั้นราคาหุ้นถูกกดดันจาก 2 ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ
ทั้งนี้กรุงศรีอ้างอิงสถิติจากการปลดล็อกหุ้นครั้งก่อนเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น พบว่าราคาหุ้นเคยปรับลดลงถึง -14% และใช้เวลาราว 2 สัปดาห์กว่าราคาจะกลับมาเท่าช่วงก่อนปลดล็อก
ในด้านปัจจัยพื้นฐานมีอัปไซด์จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด โดยราคาน้ำมัน Jet เฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ราว 144 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และล่าสุดลดลงมาต่ำกว่า 120 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ต่ำกว่าสมมติฐานเดิมที่ 160 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
จากการวิเคราะห์ Sensitivity พบว่าหากราคาน้ำมัน Jet อยู่ในช่วง 110-150 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จะทำให้กำไรปกติปี 2569 อยู่ในช่วง 5,600-46,000 ล้านบาท และราคาเป้าหมายอยู่ในช่วง 6.02-7.44 บาท ทั้งนี้ คงคำแนะนำ "ถือ" ด้วยราคาเป้าหมายที่ 5.70 บาท
หมายเหตุ: อ้างอิงราคาปิด ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569
จะเห็นได้ว่าหุ้น 5 อันดับที่ร่วงแรงสุดในกลุ่ม SET100 ปีนี้ ล้วนมีปัจจัยกดดันเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นที่ราคาปรับตัวลงแรง ย่อมมาพร้อมความเสี่ยงเฉพาะตัวที่สูงเช่นกัน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ติดตามบทวิเคราะห์ล่าสุดจากโบรกเกอร์ และประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้