
ทำไมหุ้น Apple ถึงกลายเป็น Safe Haven ในวันที่หุ้น AI ถูกเทขายต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดใหม่ จนกลับขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกอีกครั้งแทนที่ Nvidia สวนกระแสบิ๊กเทคอื่น ที่แม้จะรายได้ดีแต่ด้วยงบลงทุน AI ฉ่ำ ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวล
หุ้น Apple ทำสถิติใหม่ จนทำให้บริษัทกลับขึ้นมาครองตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกอีกครั้ง แทนที่ Nvidia ที่ปัจจุบันมูลค่าหุ้นยังคงร่วงต่อเนื่อง จากกระแสเทขายหุ้น AI ที่เกิดในช่วงที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ณ วันที่ 30 กรกฎาคม มูลค่าตามตลาดของบริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ ตลอดจนซอฟต์แวร์เจ้าใหญ่ของโลกอยู่ที่ 4.967 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลับมาครองบัลลังก์ที่ 1 อีกครั้ง หลังหุ้นบริษัททำ All-Time High ซึ่งปีนี้หุ้นบวกไปแล้วกว่า 25% ขณะที่หุ้น 7 นางฟ้าเจ้าอื่นยังคงติดลบหนักและบางรายที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์
เหตุผลหลัก ๆ คือ นักลงทุนมองว่า Apple ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม AI มากเท่าไหร่นัก ขณะที่คู่แข่งเล็งทุ่มเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับ AI ทาง Apple กลับไม่เดินตามเกมนั้น อีกทั้งบริษัทยังไม่ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานชิปเหมือนผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง ส่งผลให้ Apple สามารถหลีกหนีจากแรงกดดันที่หลายบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังเจออยู่ได้
โดย Apple ยังคงควบคุมงบลงทุน (Capital Expenditure หรือ Capex) ให้อยู่ในระดับต่ำ และอาศัยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ รวมถึงเทคโนโลยี AI จากพาร์ทเนอร์ อย่าง Google แทนการลงทุนมหาศาลด้วยตัวเอง
นับตั้งแต่ปีที่แล้วจนกระทั่งมาถึงงาน WWDC ในปีนี้ Apple ถูกมองว่าเป็นผู้ตามในกระแส AI มาตลอด เพราะบริษัทเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง และเลื่อนการเปิดตัว Siri เวอร์ชันใหม่ที่รองรับ AI ออกไป ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในช่วงกันยายนนี้ พร้อมกับเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่
ซึ่งทุกครั้งที่ Apple มีประกาศอะไรใหม่ ๆ ออกมา หุ้นมักจะร่วงเสมอ ทั้งการประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในงานประจำปี ไปจนถึงประกาศสำคัญที่จำเป็นจะต้องปรับขึ้นราคาสินค้าจากปัญหาชิปหน่วยความจำปรับราคาขึ้นทั่วโลก
แต่ในช่วงหลัง มุมมองของนักลงทุนกลับเปลี่ยนไป เนื่องจากความกังวลที่มีต่อบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มลงทุน AI อย่างหนัก อาจต้องแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น และมีกระแสเงินสดติดลบ โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าการลงทุนมหาศาลเหล่านี้จะสร้างผลตอบแทนได้มากน้อยเพียงใด
ราคาหุ้นของ Apple ขยับขึ้นจนทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนยังรอติดตามการประกาศผลประกอบการในคืนวันพฤหัสบดีนี้ (ตามเวลาสหรัฐอเมริกา) โดยที่ผ่านมา บิ๊กเทคเจ้าอื่นได้ทยอยประกาศไปบ้างแล้วบางส่วน อย่างเช่น Meta และ Microsoft ผลที่ตามมา คือ แม้จะมีรายได้เกินคาด ทำกำไรได้ดี แต่หุ้นกลับร่วง เนื่องจาก CapEx ของบิ๊กเทคยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ก่อนหน้านี้ที่กระแสเงินสดติดลบเป็นครั้งแรก จากการทุ่มเงินลงทุนมหาศาลให้กับ AI
นอกจากนี้การประกาศผลประกอบการครั้งนี้ยังถือเป็นการประชุมนักวิเคราะห์ครั้งสุดท้ายของ Tim Cook ในฐานะซีอีโอของ Apple ก่อนที่ John Ternus จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนปีนี้
ที่มา: CNBC [1][2], Companies Market Cap
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney