ผลประชุม Fed “เสียงแตก” 9 คนโหวตคงที่ 3.50-3.75% แล้วเดือน ก.ย. 2569 นี้จะปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงไหม?

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ผลประชุม Fed “เสียงแตก” 9 คนโหวตคงที่ 3.50-3.75% แล้วเดือน ก.ย. 2569 นี้จะปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงไหม?

Date Time: 30 ก.ค. 2569 11:30 น.

Video

เบื้องหลัง SpaceX ถ้าไม่ทำกำไร นักลงทุนคาดหวังอะไรกับ IPO ครั้งนี้? | Digital Frontiers EP.67

Summary

FOMC มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50–3.75% โดยให้เหตุผลเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

  • กรรมการ 3 จาก 12 ท่านโหวตให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สร้างความกังวลต่อตลาดจนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงถ้วนหน้า
  • Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับ 5.2% สูงสุดในรอบ 19 ปี นับตั้งแต่ปี 2007 สะท้อนความกังวลของตลาดต่อเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจในอนาคต
  • Kevin Warsh ประธาน Fed ยืนยันนโยบายไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า ทำให้ตลาดต้องจับตาความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ความไม่สงบอย่างใกล้ชิด
  • สถาบันการเงินรายใหญ่มีความเห็นต่างกัน โดยบางส่วนคาดว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 ขณะที่บางส่วนยังคงคาดการณ์ถึงโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

Latest


สิ้นเดือน ก.ค. 2026 นี้โลกการเงินมีเรื่องสำคัญคือ ผลการประชุมครั้งล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของสหรัฐฯ ที่มีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50–3.75% แม้จะเป็นไปตามที่ตลาดคาด แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ กรรมการบางส่วนเลือกโหวตจะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ตลาดเริ่มคิดหนักว่าสถานการณ์แบบนี้ควรปรับแผนลงทุนยังไง

ทั้งนี้ Fed เลือกคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม เพราะต้องการสนับสนุนเศรษฐกิจการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนี้มองว่าเศรษฐกิจยังจะขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งการจ้างงานที่ยังเติบโตตามตลาดแรงงาน และอัตราการว่างงานที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ภายใต้การนำของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่บอกมาตลอดว่าจะไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ตลาดอาจมองว่าความไม่แน่นอนจึงสูงขึ้น โดยต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อราคาน้ำมัน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ชยนนท์ รักกาญจนันท์ CEO Finnomena Funds และ Co-Founder Finnomena กล่าวว่า แม้ผลการประชุมของ Fed จะเป็นไปตามคาด แต่คนที่โหวตสวน 3 ท่านอาจทำให้ตลาดกังวล ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones ปรับลดค่อนข้างแรง จนตอนนี้ปิดที่ค่าเฉลี่ยเส้น 50 วัน ส่วน Nasdaq 100 เห็นแรงเทขายในกลุ่มชิป ในภาพรวมตลาดหุ้นอเมริกาทั้ง 4 ดัชนี คือ Nasdaq, S&P 500, Dow Jones และ Russell 2000 ปรับตัวลงมากันหมด

สิ่งที่ต้องจับตามองคือ Bond Yield 30 ปี ของสหรัฐฯ เพียงวันเดียวพุ่งขึ้นมาถึง 12 bps และบวกขึ้นมาถึง 2.36% จนตอนนี้อยู่ที่ระดับ 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2007 ซึ่งเป็นช่วงก่อนวิกฤตซับไพรม์ ขณะที่ Bond Yield 10 ปี เพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 4.68% พุ่งขึ้น 8 bps ส่วน Bond Yield 2 ปี ไม่ได้ขยับขึ้น สถานการณ์นี้อาจสะท้อนว่าตลาดเริ่มกังวลต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจอเมริกาในอนาคต จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การประชุมครั้งนี้มีกรรมการ 3 คนจาก 12 คนที่โหวตสวนทางให้ “ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%” ทั้งตลาดนักลงทุนมองว่ากรรมการบางส่วนยังให้น้ำหนักกับความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นอาจมีกรรมการที่เปลี่ยนมาโหวตปรับขึ้นดอกเบี้ยฯ เพิ่ม

ทั้งนี้ จากข้อมูลบ่งชี้ต่างๆ ตลาดยังคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยได้ในอนาคต แต่มีหลายมุมมองที่ต่างกัน เช่น จะปรับขึ้นในช่วงการประชุมเดือน ก.ย. 2026 และ 17 มี.ค. 2027 หรืออาจปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้ง เป็นต้น ส่วนฝั่งที่คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026 Bank of America, J.P. Morgan, Deutsche Bank ขณะที่บางกลุ่มมองว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ได้แก่ Goldman Sachs, Morgan Stanley, TD Bank 




อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ