
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. 2569 เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณสายไฟฟ้าบนรางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ใกล้สถานีเตาปูน ฝั่งถนนประชาราษฎร์สาย 2 เขตบางซื่อ เมื่อเวลาราว 12.20 น. สาเหตุเบื้องต้นมาจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟบนราง ทำให้เกิดแสงเพลิงและกลุ่มควัน
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ประกาศหยุดให้บริการทุกสถานีชั่วคราว ก่อนปรับเหลือปิดเฉพาะช่วงสถานีบางอ้อถึงกำแพงเพชรในเวลา 13.13 น. ส่งผลให้บางสถานีเดินรถล่าช้าราว 60 นาที ซึ่งเหตุน่าจะมาจากความชื้นสะสมที่เกิดจากฝนตกต่อเนื่อง
ล่าสุดเช้าวันนี้ (21 ก.ย.) BEM แจ้งเมื่อเวลา 05.37 น. ว่า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงเปิดให้บริการตามปกติทุกสถานีแล้ว และ ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนจับตาคือตลาดจะประเมินความเสียหายทางการเงินของ BEM อย่างไร
แม้เพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้บริเวณสายไฟฟ้าบนราง MRT สายสีน้ำเงิน แต่การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วงเช้า ยังไม่ได้สะท้อนแรงกังวลของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาหุ้น BEM ในการซื้อขายวันนี้ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 6.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือ +0.74% จากราคาปิดครั้งก่อนที่ 6.80 บาท โดยราคาสูงสุดอยู่ที่ 7.00 บาท และต่ำสุด 6.75 บาท
เมื่อมองย้อนหลัง หุ้น BEM เคลื่อนไหวในกรอบราว 5 บาทต้นถึงกลางเป็นส่วนใหญ่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ก่อนจะทยอยขึ้นมาทำจุดสูงสุดราว 7.35 บาท แล้วย่อตัวลงมาอยู่แถว 6.80–6.90 บาทในปัจจุบัน
และหากดูผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาหุ้น BEM บวกอยู่ราว 28% ซึ่งดีกว่าดัชนี SET ที่บวกราว 23–24% และดัชนีกลุ่มขนส่ง (TRANS) ที่บวกราว 10%
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นคือมุมมองของนักวิเคราะห์ โดยข้อมูลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ระบุว่ามีโบรกเกอร์ที่ติดตามหุ้น BEM 12 ราย
และแนะนำ "ซื้อ" ทั้งหมด 12 ราย ไม่มีคำแนะนำ "ถือ" หรือ "ขาย" ราคาเป้าหมายปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 8.65 บาท สูงกว่าราคาปัจจุบันราว 24% โดยราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 10.50 บาท และต่ำสุดที่ 8.00 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ส่งผลกระทบไม่มากนัก จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 8.80 บาท ซึ่งมีส่วนต่าง (Upside) ราว 29% จากราคาปิด 6.80 บาท
โดยผลกระทบต่อ BEM มีจำกัด เพราะมีประกันภัยคุ้มครองความเสียหายของรางรถไฟและระบบไฟฟ้า และจากการพูดคุยสั้น ๆ กับบริษัทเมื่อวานนี้ BEM คาดว่ารายได้ที่สูญเสียระหว่างหยุดให้บริการจะไม่มีนัยสำคัญ
เพราะเหตุเกิดในวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งมีผู้โดยสารไม่มากนัก และบริษัทตั้งเป้าเปิดให้บริการตามปกติในเช้าวันนี้ ผลกระทบจึงเกิดขึ้นเฉพาะช่วงบ่ายวันอาทิตย์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากความเสียหาย มีความเป็นไปได้สูงที่ทั้ง 4 สถานีจะกลับมาเปิดให้บริการได้ภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่ระดับสัปดาห์ ซึ่งสอดคล้องกับที่ BEM ประกาศกลับมาให้บริการตามปกติแล้วเมื่อเช้านี้
จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 3,910 ล้านบาท เติบโต 3.4% จากปีก่อน และยังเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนประมาณการปี 2570 อยู่ที่ 3,970 ล้านบาท คำแนะนำ "ซื้อ" ยังอยู่ภายใต้ธีมหุ้นคุณค่า (Value Play)
โดยมองว่าแม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาบ้างในช่วงหลัง แต่ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด ทั้งที่กำไรปี 2569 สูงกว่าช่วงปี 2563–2565 ค่อนข้างมาก และ BEM ยังมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก 2 ส่วนเมื่อเทียบกับในอดีต คือส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีส้ม
และราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าของสายสีส้มเลย และยังให้ส่วนลดกับสายสีน้ำเงินค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล ณ ราคา 6.80 บาท หุ้นซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ประมาณ 26.6 เท่า และให้ผลตอบแทนเงินปันผลราว 2.4%
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney