TESLA กำลัง "เผาเงิน" เพื่อสร้างธุรกิจ AI ฝากความหวังไว้กับ Robotaxi และหุ่นยนต์ ทำกำไร Q2 ต่ำคาด

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

TESLA กำลัง "เผาเงิน" เพื่อสร้างธุรกิจ AI ฝากความหวังไว้กับ Robotaxi และหุ่นยนต์ ทำกำไร Q2 ต่ำคาด

Date Time: 23 ก.ค. 2569 14:29 น.

Video

เบื้องหลัง Claude เขย่าโลก! Anthropic โต 80 เท่า สัญญาณ IPO ที่ต้องจับตา | Digital Frontiers EP.65

Summary

Tesla กำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาด แม้รายได้เติบโต หลังเร่งลงทุนมหาศาลใน AI, Robotaxi และหุ่นยนต์ Optimus กดดันกำไรและกระแสเงินสด แต่ Elon Musk เชื่อว่าจะเป็นเครื่องยนต์การเติบโตในอนาคต

Latest


เจาะลึกสถานการณ์บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Tesla ที่เพิ่งประกาศงบไตรมาสที่ 2 ออกมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก เพราะแม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรกลับลดลงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ท่ามกลางการเร่งลงทุนครั้งใหญ่ หรือที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการ "เผาเงิน" เพื่อเดิมพันกับอนาคตในธุรกิจ AI, หุ่นยนต์ Optimus หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อเนกประสงค์ และรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) ที่ปัจจุบันยังไม่ทำกำไร แต่เป็นทิศทางใหม่ที่ Elon Musk วางเป้าหมายไว้


รายได้โตทะลุเป้า แต่กำไรร่วงหนัก

CNBC รายงานว่า ในไตรมาสที่ 2 Tesla มีรายได้รวมอยู่ที่ 2.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายรถยนต์ EV รุ่นโมเดล Y และโมเดล 3 ที่มีการปรับลดราคา ทำให้ส่งมอบรถได้ถึง 4.80 แสนคัน หรือเพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ธุรกิจพลังงานและบริการก็เติบโตได้ดี โดยรายได้จากธุรกิจพลังงานเพิ่มขึ้น 13% และธุรกิจบริการเติบโตถึง 50%

แต่ในด้านของกำไรกลับน่าผิดหวัง โดยกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่เพียง 0.33 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 18% ช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์จาก LSEG (London Stock Exchange Group) คาดไว้ที่ 0.51 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างมาก

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับตัวลงสู่ระดับ 16.8% จาก 17.2% ในปีก่อน จากตลาดคาดไว้ที่ 19.4% จากราคาขายเฉลี่ย (Average Selling Price: ASP) ที่ลดลง รวมถึงรายได้จาก Regulatory Credit ที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในงบการเงินรอบนี้คือการ "เผาเงิน" อย่างหนัก โดยพบว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานพุ่งขึ้นถึง 47% แตะระดับ 4.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานดิ่งลงเหลือเพียง 1.4% จาก 4.1% ในปีก่อนหน้า

ขณะที่กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) พลิกกลับมาติดลบถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรายจ่ายจากงบลงทุน (Capex) ทะยานขึ้นถึง 142% เป็น 5.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของบริษัท ทั้ง AI Compute, โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานแสงอาทิตย์ และธุรกิจแบตเตอรี่

ตลาดตอบรับเชิงลบ

แม้ Tesla จะรายงานรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด แต่กำไรที่ต่ำกว่าคาด ประกอบกับค่าใช้จ่ายและงบลงทุน (Capex) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้นักลงทุนตอบรับผลประกอบการในเชิงลบ ซึ่งหลังประกาศงบ หุ้น Tesla ปรับตัวลงราว 4% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (Extended Trading)

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมราคาหุ้น Tesla จะอยู่ในช่วงพักฐาน แต่ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวกในระยะยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ผลตอบแทน 1 สัปดาห์ -4.36%
  • ผลตอบแทน 1 เดือน -1.99%
  • ผลตอบแทน 6 เดือน -16.71%
  • ผลตอบแทน 1 ปี +12.46%
  • ผลตอบแทน 5 ปี +74.40%

หากมองในมุมของนักลงทุนระยะยาว ตลาดไม่ได้กังวลเฉพาะยอดขายรถยนต์ แต่กำลังจับตาว่า การลงทุนจำนวนมหาศาลใน AI, Robotaxi และ Optimus จะสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้เมื่อไร

จุดเปลี่ยนสำคัญจากการขายรถ สู่บริษัท AI และหุ่นยนต์

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ผลประกอบการ คือ Tesla กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่บริษัทด้าน AI หุ่นยนต์ และระบบขับขี่อัตโนมัติ

Vaibhav Taneja ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) เปิดเผยว่า Tesla จะยังเดินหน้าลงทุนอย่างหนัก โดยคาดว่ารายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) ในปีนี้จะสูงกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2569 และปีต่อ ๆ ไป จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ธุรกิจพลังงาน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

ด้าน Elon Musk ระบุว่า แม้การลงทุนครั้งนี้จะกดดันผลกำไรในระยะสั้น แต่เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ในระยะยาว ทั้ง Robotaxi, Cybercab, หุ่นยนต์ Optimus และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมองว่าจะเป็นธุรกิจสำคัญที่กำหนดอนาคตของ Tesla

รวมถึงเตรียมเริ่มผลิต Cybercab รถยนต์ไร้คนขับแบบสองที่นั่ง และกำลังปรับปรุงโรงงานในรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อรองรับการผลิต ขณะที่จำนวนผู้สมัครใช้งานระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ Full Self-Driving (FSD) เพิ่มขึ้น 56% แตะ 1.48 ล้านราย สะท้อนว่าธุรกิจซอฟต์แวร์เริ่มมีบทบาทมากขึ้นควบคู่กับธุรกิจรถยนต์

นอกจากนี้ Elon Musk ยังเปิดเผยถึงการทำงานร่วมกันภายในกลุ่มบริษัทของตนเอง โดย Grok ซึ่งเป็นโมเดล AI จาก xAI จะเข้ามามีบทบาทในรถ Tesla มากขึ้น ขณะที่ Cybercab มีแผนรองรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย Starlink และในอนาคตยังมีแผนพัฒนา AI ให้ทำหน้าที่เป็น "ผู้จัดการ" ควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ Optimus อีกด้วย


ที่มา : CNBC, Tesla, Investing


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ