
ช่วงนี้ใครถือ Bitcoin หรือเหรียญคริปโตอยู่ในพอร์ต คงรู้สึกใจหายกันไม่น้อย เพราะราคาแกว่งแรงและมีจังหวะปรับฐานลงมาต่อเนื่อง จนพอร์ตที่เคยเขียวกลายเป็นสีแดง
แล้วถ้าเสียงในหัวกำลังบอกคุณว่า "เสี่ยงเกินไป" ลองมองมุมกลับดูบ้าง แทนที่จะเดิมพันกับราคาเหรียญที่ขึ้นลง บางทีการเข้าไปเป็น "เจ้าของกระดานเทรด" อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า
เพราะไม่ว่าราคาเหรียญจะขึ้นหรือลง ตราบใดที่ยังมีคนเข้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันอยู่ ธุรกิจกระดานเทรดก็ยังมีรายได้จาก "ค่าธรรมเนียม" หรือค่าต๋งเข้ามาเรื่อยๆ
และหนึ่งในกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐฯ ก็คือ Coinbase ซึ่งตอนนี้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ผ่านกระดานหุ้นไทย
ด้วยตราสาร DR หรือ Depositary Receipt มาทำความรู้จักกันว่า Coinbase คือใคร ธุรกิจเป็นอย่างไร และถ้าอยากลงทุนผ่าน DR มีตัวเลือกอะไรบ้าง
Coinbase Global, Inc. หรือชื่อย่อในกระดาน Nasdaq คือ COIN เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งในปี 2012 โดย Brian Armstrong และ Fred Ehrsam ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโก และถือเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี S&P 500
โมเดลธุรกิจหลักของ Coinbase แบ่งออกเป็นหลายขา ไม่ได้พึ่งพาแค่ "ค่าธรรมเนียมการเทรด" อย่างเดียว ได้แก่
จุดที่ทำให้ Coinbase น่าสนใจคือการวาง Positioning ตัวเองเป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" ของเศรษฐกิจคริปโต ไม่ใช่แค่กระดานเทรด โดยเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์หลักให้กับกองทุน Spot Bitcoin และ Ethereum ETF หลายเจ้าในสหรัฐฯ
ทำให้รายได้มีความหลากหลายมากขึ้น แม้ตลาดคริปโตจะซบเซาก็ยังมีรายได้จากฝั่ง Subscription เข้ามาช่วยพยุง
จากข้อมูลผลประกอบการล่าสุด ไตรมาส 1/2026 ถือเป็นช่วงที่ท้าทาย รายได้อยู่ที่ 1.41 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2.03 พันล้านดอลลาร์
โดยสาเหตุหลักมาจากสภาวะตลาดคริปโตที่อ่อนแอลงเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทพลิกมาขาดทุนสุทธิราว 394 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นไตรมาสที่ขาดทุนต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังคงเน้นย้ำว่าปัจจัยกดดันมาจาก "สภาพตลาดภายนอก" มากกว่าปัญหาการดำเนินงาน โดยบริษัทยังคงมีเงินสดในมือกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีทรัพยากรพร้อมใช้รวม 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พร้อมเดินหน้าซื้อหุ้นคืน และขยายผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างตลาดอนุพันธ์ และ Prediction Markets ที่กำลังเติบโตเร็ว ซึ่งเป็นจุดที่ต้องตามต่อว่าจะสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้ได้หรือไม่
นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส มองว่า ในระยะสั้นหุ้น Coinbase อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรจากการฟื้นตัวของราคา Bitcoin แม้ตั้งแต่ต้นปี Bitcoin จะปรับตัวลดลงราว 23% และยังอยู่ในแนวโน้มขาลง
แต่หากอ้างอิงสถิติผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี พบว่า เดือนกรกฎาคมเป็นหนึ่งในเดือนที่ Bitcoin มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยเฉพาะในปีที่สหรัฐฯ มีการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งในอดีต Bitcoin ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมราว 20-30%
ดังนั้น ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้น หุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดคริปโทฯ อย่าง Coinbase ก็มักได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย จึงแนะนำ DR ที่อ้างอิงหุ้น Coinbase เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรจากธีมการฟื้นตัวของ Bitcoin (ซึ่งแนะนำ COIN01)
นักลงทุนไทยสามารถมีโอกาสได้ "ร่วมเป็นเจ้าของ" ธุรกิจแบบ Coinbase ได้ ผ่านตราสาร DR (Depositary Receipt) ที่จดทะเบียนซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซื้อขายเป็นเงินบาท ในเวลาทำการเดียวกับหุ้นไทยทั่วไป
โดยราคาต่อหน่วยจะถูกออกแบบให้เข้าถึงง่าย เริ่มต้นด้วยเงินไม่กี่บาทต่อหน่วยเท่านั้น เพราะ DR แต่ละหน่วยมักจะอ้างอิงเป็น "เศษส่วน" ของหุ้นแม่ ไม่ใช่ 1 หุ้นเต็ม
ปัจจุบัน Coinbase มี DR ให้เลือกซื้อขายอยู่ 3 สัญลักษณ์ในตลาดหุ้นไทย ได้แก่
หมายเหตุ: ราคา ณ ปิดตลาดช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ค.69
ซึ่งแม้ทั้ง 3 ตัวอ้างอิงราคาหุ้นแม่ Coinbase Global (COIN) ตัวเดียวกัน เคลื่อนไหวตามราคาหุ้นแม่และอัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์สหรัฐแบบเดียวกัน สิ่งที่ต่างกันจริงๆ คือ
ผู้ออก สภาพคล่องในการซื้อขาย ค่าธรรมเนียม และความสะดวกในการเชื่อมกับบัญชีหลักทรัพย์ที่นักลงทุนมีอยู่
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกตัวไหน ควรเช็กราคาตลาด (Market Price) เทียบกับราคาอ้างอิง (Indicative Price) สภาพคล่องการซื้อขายล่าสุด และเงื่อนไขค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์ก่อนทุกครั้ง
การลงทุนใน Coinbase ผ่าน DR ก็เหมือนกับการซื้อหุ้นต่างประเทศทั่วไป ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นแม่ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงเฉพาะตัวของธุรกิจคริปโตที่รายได้ยังผูกกับปริมาณการซื้อขายในตลาดอยู่มาก
ดังนั้น ใครที่สนใจสนใจจึงควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และพิจารณาสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้