ทำไมหุ้น DELL โตแรง? ปีนี้บวกแล้ว 230% ผลงานดีสุดในรอบ 7 ปี แถมทรัมป์ออกโรงเชียร์ ดันซีอีโอรวยขึ้น

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทำไมหุ้น DELL โตแรง? ปีนี้บวกแล้ว 230% ผลงานดีสุดในรอบ 7 ปี แถมทรัมป์ออกโรงเชียร์ ดันซีอีโอรวยขึ้น

Date Time: 7 ก.ค. 2569 15:01 น.

Video

อวสานค่านิยมเก่า? "ซื้อบ้าน vs เช่าบ้าน" ทางเลือกไหนตอบโจทย์คนรุ่นใหม่! | Money Issue EP.62

Summary

ปีทองของหุ้น DELL? ผ่านมาแค่ครึ่งปีบวกไปแล้วกว่า 230% อานิสงส์จากการปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ หันมาโฟกัสที่โครงสร้างพื้นฐาน AI ดันรายได้กำไรโตเกินคาด จนทั้งตลาดจับตา แถมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังออกโรงเชียร์เต็มที่

Latest


2026 กลายเป็นปีทองของ Dell บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันอายุกว่า 40 ปีที่เคยโด่งดังทั่วโลกจากธุรกิจผู้ผลิตและประกอบคอมพิวเตอร์บุคคลหรือ PC ที่ขายตรงถึงมือลูกค้า จนวันนี้กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในตลาด AI ที่ทั้งโลกกำลังจับตา เพราะนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทนี้บวกไปแล้ว 230%

ความร้อนแรงของ Dell ถูกพูดถึงมาต่อเนื่องนับตั้งแต่บริษัทปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ หลังจากที่ต้องถอนตัวออกจากตลาดหุ้นเมื่อปี 2013 เพื่อรักษาบริษัทและเพื่อความคล่องตัว ก่อนจะกลับเข้าตลาดนิวยอร์กอีกครั้งในปี 2018 และล่าสุดบริษัทก็ได้ปรับทิศทางมาโฟกัสที่ธุรกิจเกี่ยวกับ AI

จนล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงขั้นออกตัวแรงสนับสนุน Michael Dell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Dell พร้อมกับเอ่ยปากให้ชาวอเมริกันออกไปซื้อคอมพิวเตอร์ Dell และยังกล่าวด้วยว่า “ลูกชายคนหนึ่งของผมชอบแล็ปท็อปของ Dell มาก”

จากคำพูดนั้น หุ้น DELL พุ่งขึ้นทันที 9% ในช่วงการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนปิดตลาดที่บวก 4%

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Trump-Effect จะมีผลกับหุ้นบริษัท แต่หุ้น DELL นั้นทำผลงานได้ดีมาตั้งแต่ต้นปี 2026 แล้ว และหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หุ้นพุ่งแรงในครั้งนี้ คือ ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ดีเกินคาด และเป็นอัตราการเติบโตที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กลับเข้าตลาดมาเมื่อปี 2018


ส่องรายได้-กำไร Dell

ตามเอกสารรายงานผลประกอบการ Dell ทำผลงานดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดทั้งด้านรายได้และกำไร ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 39% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

เมื่อเทียบกับประมาณการของ LSEG พบว่า Dell ทำผลงานได้ดังนี้

  • กำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 4.86 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่คาดไว้ 2.94 ดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้ อยู่ที่ 43,840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 35,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 1 พฤษภาคม รายได้ของ Dell เพิ่มขึ้นถึง 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่บริษัทกลับเข้าตลาดหุ้นในปี 2018 โดยก่อนหน้านี้สถิติการเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 39% ในไตรมาสเดือนมกราคม

Dell รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 965 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.37 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทยังระบุด้วยว่า เพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ทยอยปรับราคาสินค้าขึ้น เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งเป็นผลจากความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


AI กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโต

การเติบโตของ Dell ได้แรงหนุนจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยบริษัทประกอบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) จาก Nvidia

บริษัทเปิดเผยว่า รายได้จาก AI Server เพิ่มขึ้นถึง 757% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 16,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้จาก AI ตลอดปีเป็น 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ประกาศไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และหากทำได้ตามเป้าหมาย จะคิดเป็นการเติบโต 144% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ปัจจุบัน Dell มีลูกค้า AI Server มากกว่า 5,000 ราย ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการคลาวด์ยุคใหม่ (Neocloud) หน่วยงานภาครัฐ (Sovereign Clients) และองค์กรธุรกิจ

ขณะเดียวกัน รายได้ของกลุ่ม Infrastructure Solutions Group (ISG) ซึ่งจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์สำหรับ Data Center ก็เพิ่มขึ้น 181% มาอยู่ที่ 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของ StreetAccount คาดไว้ที่ 22,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Dell ระบุว่า การเติบโตเกิดขึ้นทั้งจาก เซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI เซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิม ตลอดจนอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งความต้องการเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยลูกค้าหลักคือบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่นำไปใช้รองรับงาน AI Inference และ Agentic AI

อย่างไรก็ตาม Dell เตือนว่า ในช่วงครึ่งหลัง บริษัทอาจต้องเผชิญปัญหาข้อจำกัดด้านอุปทาน และไม่ใช่แค่เฉพาะหน่วยความจำ แต่ยังรวมถึงชิปประมวลผลทั่วไป (CPU) ฮาร์ดดิสก์ และชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ

ด้านกลุ่ม Client Solutions Group (CSG) ซึ่งครอบคลุมคอมพิวเตอร์ PC สำหรับองค์กร และอุปกรณ์เสริม มีรายได้เพิ่มขึ้น 17% เป็น 14,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 12,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 


อานิสงส์ถึง Michael Dell

ย้อนกลับไปในปี 1988 Michael Dell ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาจากความชื่นชอบประกอบคอมของตัวเอง จนกลายเป็นดีเอ็นเอสำคัญของธุรกิจ คือการประกอบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่และพัฒนาสำหรับลูกค้าบุคคลโดยเฉพาะ และยังไม่มีการจ้างตัวแทนจำหน่าย แต่เน้นไปที่การขายตรงส่งถึงมือลูกค้าเอง ทำให้ขายได้ในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งในตลาด

ช่วงแรกบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว จนเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในปี 1988 ก่อนที่ช่วงหลังปี 2000 บริษัทจะเจอแรงกดดันอย่างหนักจากคู่แข่งที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ การเติบโตของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาแย่งส่วนแบ่ง PC จนท้ายที่สุดในปี 2013 Dell ต้องตัดสินใจออกจากตลาดหลักทรัพย์

กระทั่งปี 2018 Dell กลับเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้จดทะเบียนในตลาดนิวยอร์ก โดยปรับทิศทางมาโฟกัสที่ธุรกิจอื่นนอกเหนือจาก PC ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน IT ก่อนที่จะขยับมาที่โครงสร้างพื้นฐาน AI ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ผลงานของบริษัทดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

ด้าน Michael Dell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอวัย 61 ปี ก็ได้รับอานิสงส์จากการพุ่งขึ้นของหุ้น Dell ความมั่งคั่งทะยานขึ้นสู่ 228,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของ Forbes สินทรัพย์ของ Michael Dell พุ่งขึ้นจากปี 2025 ที่ 97,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ เขายังเป็นอีกหนึ่งผู้สนับสนุนคนสำคัญให้กับโดนัลด์ ทรัมป์ โดยล่าสุดตามรายงานของ Business Insider ระบุว่า เขาบริจาคเพื่อหนุนโครงการ Trump Accounts มอบเงินสมทบกว่า 6,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

อีกทั้ง ตามรายงานแสดงบัญชีสินทรัพย์ที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์เข้าซื้อหุ้น DELL ที่ประมาณ 100,000-250,000 ดอลลาร์สหรัฐ คาดว่านี่จึงเป็นที่มาให้ทรัมป์ออกมาส่งเสริมให้คนออกไปซื้อคอมพิวเตอร์ Dell นั่นเอง


ที่มา: Business Insider [1][2], Forbes, Business Wire, CNBC, Fortune

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ