เงินเยนอ่อนค่าสุดรอบ 40 ปี แต่ทำไมตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังเดินหน้าทำผลตอบแทนสูง

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เงินเยนอ่อนค่าสุดรอบ 40 ปี แต่ทำไมตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังเดินหน้าทำผลตอบแทนสูง

Date Time: 7 ก.ค. 2569 16:46 น.

Video

แก้ปัญหาค่าครองชีพได้จริงไหม? เจาะลึกเงินกู้ 4 แสนล้าน กับ กรณ์ - ศิริกัญญา | Money Issue EP.61

Summary

เงินเยนอ่อนสุดในรอบกว่า 40 ปี แต่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกลับเดินหน้าสร้างผลตอบแทนโดดเด่น ย้อนบทเรียน Abenomics พร้อมเจาะสาเหตุเยนอ่อน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และโอกาส-ความเสี่ยงที่นักลงทุนไทยต้องรู้

Latest


ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจญี่ปุ่น ภาพจำของหลายคนอาจเป็นค่าเงินที่แข็งแกร่ง แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างมาก หลังเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง และเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 40 ปี

ตัวเลขนี้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก แต่หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ จะพบว่า "เงินเยนอ่อน" ไม่ใช่เรื่องใหม่ และหลายครั้งกลับกลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นญี่ปุ่นเติบโต

เงินเยนอ่อน...เคยเป็นนโยบายของญี่ปุ่นมาแล้ว

หากย้อนกลับไปในปี 2556 รัฐบาลของ อาเบะ ชินโซ เปิดตัวนโยบาย "Abenomics" เพื่อฟื้นเศรษฐกิจที่ซบเซามายาวนาน โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างหนักผ่านธนาคารกลางญี่ปุ่น

ผลที่เกิดขึ้นคือ ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว

แม้ในเวลานั้นหลายฝ่ายกังวลว่าค่าเงินที่อ่อนจะสะท้อนเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม บริษัทส่งออกของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ เครื่องจักร และสินค้าอุตสาหกรรม สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น เพราะราคาสินค้าถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน รายได้ที่บริษัททำได้จากทั่วโลก เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินเยนก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต และตลาดหุ้นญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงขาขึ้นหลายปี

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนที่อ่อนก็มีอีกด้านหนึ่ง เพราะญี่ปุ่นต้องนำเข้าพลังงาน อาหาร และวัตถุดิบจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนการครองชีพของประชาชนสูงขึ้นตามไปด้วย

แล้วทำไมรอบนี้เงินเยนถึงอ่อนอีก?

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด มองว่า แม้ค่าเงินเยนจะอ่อนลงมาอยู่บริเวณ 162.77 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปี แต่หากดูการเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินเยนอ่อนลงเพียงราว 4% เท่านั้น ถือว่าไม่ได้เป็นความผันผวนที่รุนแรงผิดปกติสำหรับตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ปัจจัยสำคัญมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จากเดิมที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย กลายเป็นมีโอกาสคงหรือแม้แต่ปรับขึ้นดอกเบี้ย

ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ และญี่ปุ่นยังเผชิญแรงกดดันจากนโยบายการคลังของรัฐบาลที่ใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือประชาชน ทำให้ตลาดกังวลต่อวินัยทางการคลังในระยะยาว

แม้กระทรวงการคลังและธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเคยใช้งบเกือบ 12 ล้านล้านเยนเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงิน แต่ผลที่เกิดขึ้นช่วยได้เพียงระยะสั้น ก่อนที่เงินเยนจะกลับมาอ่อนค่าตามแรงกดดันของตลาดโลก สะท้อนว่าการแทรกแซงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถฝืนปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจได้

อย่างไรก็ตาม บล.ทิสโก้ มองว่า เงินเยนอ่อนยังมีข้อดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยเฉพาะการช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันของบริษัทญี่ปุ่นและทำให้รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยนสูงขึ้น แม้ว่าจะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้านำเข้าและค่าครองชีพของประชาชนก็ตาม

นอกจากนี้ยังประเมินว่า สถานการณ์ยังไม่น่ากังวลมากนัก เพราะค่าจ้างที่แท้จริงของญี่ปุ่นเริ่มกลับมาเติบโตเป็นบวกต่อเนื่อง รัฐบาลยังมีมาตรการช่วยพยุงค่าครองชีพ และเงินดอลลาร์สหรัฐอาจไม่ได้แข็งค่าต่อไปมากนัก ทำให้ค่าเงินเยนมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 160-170 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง

แม้หลายคนจะกังวลกับการอ่อนค่าของเงินเยน แต่หากมองในมุมของนักลงทุน ภาพที่สะท้อนผ่านดัชนี Nikkei 225 กลับยังให้ผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง 

โดย Nikkei 225 ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • 1 เดือน เพิ่มขึ้น 7.09%
  • 3 เดือน เพิ่มขึ้น 27.86%
  • 6 เดือน เพิ่มขึ้น 31.47%
  • 1 ปี เพิ่มขึ้น 72.57%
  • 5 ปี เพิ่มขึ้น 140.83%

ขณะที่ดัชนี TOPIX ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง

  • 1 เดือน เพิ่มขึ้น 2.87%
  • 3 เดือน เพิ่มขึ้น 11.17%
  • 6 เดือน เพิ่มขึ้น 15.69%
  • 1 ปี เพิ่มขึ้น 44.48%
  • 5 ปี เพิ่มขึ้น 109.65%

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินว่า ค่าเงินเยนอ่อนไม่ได้มีแต่ด้านลบ แต่ยังเป็น Tailwind หรือแรงหนุนสำคัญต่อบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกที่มีรายได้จากต่างประเทศในสัดส่วนสูง เพราะเมื่อแปลงรายได้กลับมาเป็นเงินเยน จะช่วยหนุนกำไรของบริษัทให้เติบโตได้

ตัวอย่างเช่น Toyota Motor Corporation ที่เคยระบุว่า เงินเยนอ่อนลงเพียง 1 เยน สามารถเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีได้ในระดับ หลักแสนล้านเยน

สำหรับนักลงทุน แนะนำให้ติดตามความเสี่ยงจากการแทรกแซงค่าเงิน การคลายตัวของ Carry Trade และพิจารณาการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging)

เพราะหากลงทุนในหุ้นหรือกองทุนญี่ปุ่น เนื่องจากผลตอบแทนที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับทิศทางของค่าเงินเยนด้วย


ที่มา: Investing, Tisco, InnovestX


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ