
การลงทุนไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะแต่ละคนรับความเสี่ยงและตัดสินใจไม่เหมือนกัน ชวนสำรวจตัวเองผ่าน 4 บุคลิกนักลงทุน พร้อมรู้จุดแข็ง จุดที่ต้องระวัง และสินทรัพย์ที่เหมาะกับคุณ
เวลาซื้อหุ้นหรือกองทุนสักตัว ลองนึกย้อนดูว่าคุณตัดสินใจเพราะอะไร
เพราะศึกษาข้อมูลมาจนมั่นใจ ,เพราะเห็นเทรนด์กำลังมา, เพราะถึงคิวที่วางแผนไว้พอดี หรือเพราะรอมานานจนราคาลงมาถึงจุดที่คุ้มค่าสักที เชื่อหรือไม่ว่า คำตอบตรงนั้นคือ "สไตล์" การลงทุนเบื้องต้นที่บ่งบอกความเป็นตัวเราได้อย่างชัดเจน และมันสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เช่น หลายคนลงทุนมาหลายปีแต่พอร์ตไม่ค่อยโต ไม่ใช่เพราะเลือกหุ้นผิดตัว แต่เพราะไม่เคยรู้ว่าตัวเองสบายใจกับการลงทุนแบบไหนกันแน่ และพอไม่รู้ ก็มักลงทุนตามความรู้สึก เห็นตัวไหนขึ้นแรงก็ซื้อ มีคนแนะนำว่าน่าสนใจก็ตาม สุดท้ายพอร์ตวิ่งขึ้นลงตามตลาดทั้งวัน แต่เงินไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง
อ้างอิงแนวคิดจาก SCBX NEXT TECH เรื่องการรู้จัก Investment DNA ของตัวเอง ชวนเช็กตัวเองกับ 4 คำถามในภาพ แล้วดูว่าคุณตรงกับกลุ่มไหน
ทีมสิงโต : ถือของที่เข้าใจ ไม่ตื่นตามข่าว มั่นคงในทุกสภาวะตลาด เหมาะกับ ETF กองทุนดัชนี หรือหุ้นปันผล เพราะไม่ต้องเฝ้าราคาทุกวัน สิ่งที่ต้องระวัง คือความมั่นใจที่มากเกินไป อาจกลายเป็นความดื้อ
ทีมฉลาม : อ่านจังหวะไว ตัดสินใจเร็ว รู้ว่าเมื่อไหร่ควรถอย เหมาะกับหุ้นเติบโต หรือการหมุนกลุ่มอุตสาหกรรมตามรอบ (Sector Rotation) สิ่งที่ต้องระวัง คือการเปลี่ยนใจเร็วเกินไป จนบางครั้งพลาดโอกาสที่ควรถือต่อ
ทีมเต่า : ทำตามแผน สม่ำเสมอ ไม่สนว่าตลาดจะขึ้นหรือลง เหมาะกับ DCA, RMF, Thai ESG เพราะวินัยคือจุดแข็งของสายนี้ สิ่งที่ต้องระวัง คือการยึดติดแผนเดิมจนพลาดจังหวะที่ควรปรับ
ทีมอินทรี : ใจเย็น รอได้ ไม่รีบตัดสินใจตามกระแส เหมาะกับการถือเงินสดและพันธบัตร แล้วทยอยสะสมเมื่อราคาคุ้มค่าจริง ๆ สิ่งที่ต้องระวัง คือการรอนานเกินไป จนตลาดวิ่งไปไกลโดยไม่ทันเข้าซื้อ
อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องเป็นสไตล์เดิมไปตลอดชีวิต อายุ เป้าหมาย และเงินที่มีเปลี่ยนไป สไตล์ก็เปลี่ยนตามได้ ตอนอายุ 25 อาจรับความเสี่ยงได้สูงแบบฉลาม พออายุ 40 มีครอบครัวและเป้าหมายชัดเจนขึ้น ก็อาจเปลี่ยนมาเป็นเต่าที่ลงทุนแบบสบายใจกว่าเดิม
และหากอยากรู้ลึกขึ้น มีงานวิจัยที่แบ่งนักลงทุนออกเป็น 4 กลุ่มตามพฤติกรรมจริง (Baltic Model) ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน
ซึ่งเราลองเทียบกับกลุ่มสัตว์ของตนเองดูก็ได้ อาจเห็นภาพชัดขึ้น
แต่รู้จักสไตล์ตัวเองอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะในสถานการณ์จริง อคติทางจิตวิทยาต่างหากที่มักเป็นตัวทำลายแผนที่วางไว้ แม้แต่คนที่ฉลาดที่สุดในโลกก็ยังพลาดได้ อย่างเคสตัวอย่าง 2 ขั้วนี้
เมื่อความฉลาดเอาชนะอคติไม่ได้ เซอร์ ไอแซก นิวตัน หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เคยขายหุ้น South Sea ทำกำไรไปแล้ว แต่เมื่อเห็นคนรอบข้างยังคงร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ จากหุ้นตัวเดิม เขาทนแรงกดดันทางสังคมไม่ไหว จึงตัดสินใจกลับเข้าซื้ออีกครั้งที่ราคาสูงสุด สุดท้ายขาดทุนหนักจนไม่อยากได้ยินชื่อ South Sea อีกเลย กรณีนี้สะท้อนว่าความฉลาดทางสติปัญญาไม่สามารถป้องกันความผิดพลาดทางการเงินได้ หากขาดการตระหนักรู้ในตัวเอง
ในทางตรงกันข้าม ตวน ย่งผิง ผู้ได้ฉายา "บัฟเฟตต์แห่งจีน" เลือกลงทุนแบบกระจุกตัวในสินทรัพย์ที่ศึกษามาอย่างลึกซึ้งและมั่นใจสูงสุด อย่างหุ้นเทคโนโลยีที่เขาเชื่อมั่น ผลลัพธ์คือพอร์ตมูลค่าหลักหมื่นล้านดอลลาร์ที่บริหารด้วยทีมงานเพียงสองคน เพราะเขารู้จักสไตล์ของตัวเองอย่างชัดเจน และทำสิ่งนั้นอย่างสม่ำเสมอ
นักลงทุนที่ดีไม่จำเป็นต้องเทรดเก่งแบบฉลาม รอจังหวะแบบอินทรี มีวินัยแบบเต่า หรือมั่นคงแบบสิงโต แค่รู้ว่าตัวเองเป็นแบบไหน แล้วทำแบบนั้นให้ดีที่สุด เพราะพอร์ตที่โตได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่พอร์ตที่ใช้กลยุทธ์ดีที่สุด แต่คือพอร์ตของคนที่เข้าใจตัวเองดีพอ และไม่ตัดสินใจพลาดจุดเดิมซ้ำ ๆ
ลองทำแบบทดสอบในภาพดูได้เลย แล้วมาบอกกันว่าคุณอยู่กลุ่มไหน เก็บโพสต์นี้ไว้ก็ได้ เผื่อวันไหนอยากกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง
(แต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน การรู้จักสไตล์ตัวเองช่วยให้เลือกเครื่องมือได้เหมาะสมขึ้น ส่วนการตัดสินใจลงทุนจริง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาตามความเหมาะสมของตัวเองเสมอ)
ที่มา: SCBX NEXT TECH, SET Investnow ,investing.com ,Jitta Wealth
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney