Meta หัวใส จะรุกธุรกิจ Cloud เปิดให้เช่าพลังประมวลผล-โมเดล AI หวังเปลี่ยนต้นทุน AI ให้เป็นรายได้

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Meta หัวใส จะรุกธุรกิจ Cloud เปิดให้เช่าพลังประมวลผล-โมเดล AI หวังเปลี่ยนต้นทุน AI ให้เป็นรายได้

Date Time: 2 ก.ค. 2569 15:14 น.

Video

ลงทุน VS ปิดหนี้  เลือกทางไหนให้เงินงอกเงยเร็วที่สุด? | Money Issue EP.60

Summary

Meta มีแผนจะตั้งธุรกิจ Cloud Computing เป็นของตัวเอง หลังระบุมี Compute ส่วนเกิน ตั้งเป้าจะเปิดให้ลูกค้าภายนอกเข้ามาเช่ากำลังประมวลผลและโมเดล AI ไปใช้ มองเป็นอีกช่องทางทำเงิน ในวันที่บริษัทกำลังทุ่มงบมหาศาลเพื่อลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI

Latest


Meta เผยแผน จะสร้างธุรกิจ Cloud Computing เป็นของตัวเอง ให้เช่าใช้พลังประมวลผลและโมเดล AI เพิ่มช่องทางใหม่ในการหาเงิน และเพื่อชดเชยเงินจำนวนมหาศาลที่ Meta ทุ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปก่อนหน้านี้

ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า Meta Platforms กำลังพัฒนาแผนจัดตั้งธุรกิจ Cloud Infrastructure ของตัวเอง โดยมีเป้าหมายเปิดขายทั้งกำลังประมวลผลสำหรับ AI (AI Computing Power) และบริการเข้าถึงโมเดล AI ซึ่งจะทำให้บริษัทก้าวสู่การแข่งขันโดยตรงกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่อย่าง Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure และ Google Cloud

ในช่วงที่ผ่านมา Meta เร่งลงทุนอย่างหนักเพื่อจัดหา Data Center และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่มีต้นทุนสูง เพื่อรองรับแผนพัฒนา AI ของบริษัทเอง แต่ในขณะนี้ Meta ที่มีกำลังประมวลผลเหลือและยังไม่ได้ใช้งาน เลยมีแผนที่จะหาเงินเพิ่มจากจุดนี้ โดยเปิดให้ลูกค้าภายนอกเข้ามาเช่าใช้งาน

หนึ่งในแผนที่ Meta กำลังพิจารณาคือ การเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงโมเดล AI หลายประเภทที่ทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของ Meta เอง ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับบริการ AWS Bedrock ของ Amazon

ภายใต้แนวทางนี้ Meta จะเป็นผู้ดูแลทั้ง Data Center และชิปประมวลผลที่ใช้รันโมเดล AI รวมถึงโมเดล Muse Spark ของบริษัทเอง จากนั้นจะเรียกเก็บค่าบริการจากนักพัฒนาที่ต้องการเข้าถึงและใช้งานโมเดลเหล่านี้

นอกจากนี้ Meta ยังพิจารณาเปิดให้ลูกค้าเช่าใช้กำลังประมวลผลแบบ Raw Compute หรือเช่าทรัพยากรประมวลผลโดยตรง คล้ายกับโมเดลธุรกิจของผู้ให้บริการ Neocloud อย่างที่ CoreWeave ทำอยู่

การพัฒนาธุรกิจใหม่ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้โครงการภายในชื่อ “Meta Compute” ซึ่งเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาและบริหารโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของบริษัท และจะมีผู้บริหารหลัก ได้แก่

  • Santosh Janardhan หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน (Head of Infrastructure) ของ Meta
  • Daniel Gross หนึ่งในผู้นำของหน่วย Meta Superintelligence Labs ซึ่งรับผิดชอบงานด้าน AI
  • Dina Powell McCormick ประธานบริษัท Meta

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Meta ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวกับทาง Bloomberg พร้อมระบุว่าแผนงานยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และกลยุทธ์ของบริษัทอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกมา หุ้นของ Meta ปรับตัวขึ้น 9.3% แตะระดับ 615.55 ดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธที่นครนิวยอร์ก ถือเป็นการปรับขึ้นระหว่างวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน และปิดวันที่เกือบ 9%

ในทางกลับกัน หุ้นของ CoreWeave ร่วงลงสูงสุด 14% ขณะที่ Nebius Group NV บริษัทผู้ให้บริการ Data Center AI สัญชาติดัตช์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับตัวลดลงสูงสุดถึง 17%


ทำไมถึงอยากทำธุรกิจ Cloud Computing?

ปัจจุบัน Meta ยกระดับการพัฒนา AI Superintelligence หรือ AI ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ ให้เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่สุดของบริษัท และประกาศทุ่มงบลงทุนรวมหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI รวมถึงการจัดหาชิปประมวลผลราคาสูง ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การลงทุนมหาศาลนี้ก็ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มกังวลว่า Meta จะสามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างไร บวกกับอีกปัจจัยคือ ความต้องการกำลังประมวลผลของบริษัทผู้พัฒนา AI รายใหญ่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว

ซึ่งก่อนหน้านี้ Meta ได้ทำสัญญาหากำลังประมวลผลกับหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น CoreWeave, Google ในเครือ Alphabet และ Oracle เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา Meta และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ ได้ประกาศลงทุนจำนวนมหาศาล เพื่อจองกำลังการผลิตของ Data Center สำหรับใช้งานของตัวเอง ส่งผลให้ทั้งอุตสาหกรรมใช้เงินลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ดังนั้น การเปิดธุรกิจ Cloud เป็นของตัวเอง จึงอาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ Meta สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเหล่านี้ได้

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ได้แก่ AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud ได้ลงทุนสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดให้ลูกค้าเช่าใช้กำลังประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต จนกลายเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ในระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส

เมื่อความต้องการ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ให้บริการคลาวด์เหล่านี้ก็ได้ทยอยขยายบริการจากการให้เช่าเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป ไปสู่การให้เช่าชิปเฉพาะทางและกำลังประมวลผลที่ใช้สำหรับฝึกและรันโมเดล AI

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้กลับมีความซับซ้อนสูง เพราะนอกจากจะต้องลงทุนใน Data Center จำนวนมหาศาลแล้ว ยังต้องมีแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ ทีมขายลูกค้าองค์กร (Enterprise Sales) และทีมสนับสนุนลูกค้า (Customer Support) ที่แข็งแกร่งอีกด้วย

แม้ว่าธุรกิจ Cloud AI จะมีความซับซ้อนสูง แต่ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ก็เคยส่งสัญญาณต่อนักลงทุนหลายครั้งว่า บริษัทเปิดกว้างต่อแนวคิดการนำโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ส่วนเกินออกมาสร้างรายได้

นอกจากการขายกำลังประมวลผลแล้ว Meta ยังอาจเปิดให้บริการในรูปแบบ API Service ซึ่งลูกค้าจะชำระเงินตามปริมาณการใช้งาน AI โดยทั่วไปจะวัดจากจำนวน Token หรือปริมาณข้อมูลที่ถูกส่งเข้าและสร้างขึ้นจากการประมวลผลของ AI ในแต่ละครั้ง

Mark Zuckerberg กล่าวระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า “เรื่องนี้เป็นทางเลือกที่เราจะพิจารณาอย่างจริงจัง”

เขาอธิบายว่า แทบทุกสัปดาห์จะมีบริษัทภายนอกติดต่อเข้ามา เพื่อสอบถามว่า Meta สนใจเปิดบริการ API หรือไม่ หรือมีทรัพยากรประมวลผลที่สามารถขายต่อให้ได้ในราคาที่สูงกว่าต้นทุนที่บริษัทลงทุนไว้หรือไม่

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้เรายังไม่ได้ทำ เพราะเรายังเชื่อว่าบริษัทเองยังมีความจำเป็นต้องใช้กำลังประมวลผลนั้น”

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า หากวันหนึ่ง Meta ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานมากเกินกว่าความต้องการใช้งานจริง การนำทรัพยากรส่วนเกินออกมาสร้างรายได้ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่บริษัทพร้อมพิจารณา ซึ่งแนวคิดนี้เองก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Meta มั่นใจในการเดินหน้าลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว Mark Zuckerberg ย้ำหลายครั้งว่า เขาเชื่อว่ากำลังประมวลผลจะเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนที่สุดของอุตสาหกรรมในอนาคต ดังนั้น Meta ควรเร่งสะสมทรัพยากรเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะนำไปใช้งานในรูปแบบใดภายหลัง


ที่มา: Bloomberg, CNBC

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ