
ผ่านมาแล้วครึ่งปี 2569 ถือเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น โดยดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้นมาแล้วมากกว่า 300 จุด หรือราว 26% นับจากต้นปี ขึ้นมายืนเหนือ 1,590 จุด สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจากทั้งปัจจัยพื้นฐานที่ทยอยฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) มองว่า แม้ดัชนีและราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีแรงส่งให้ปรับตัวขึ้นได้ต่อ
เผยผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนต่อมุมมองตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 พบว่าบรรยากาศการลงทุนมีทิศทางที่สดใสขึ้น
สอดคล้องกับกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีแนวโน้มทยอยไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยขับเคลื่อนตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้
สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3/2569 ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ 52% มองว่าทิศทางน่าจะออกมาดี ขณะที่ 40% มองว่าตลาดจะแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) โดยนักลงทุนต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทิศทางดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ประเมินว่าตัวเลขดัชนีเฉลี่ย ณ สิ้นไตรมาส 3/69 จะอยู่ที่ 1,608 จุด
แต่หากมองถึงช่วงท้ายปี ตลาดมีปัจจัยบวกเข้ามารองรับ โดยเฉพาะ Fund Flow จากนักลงทุนต่างประเทศ สถานการณ์สงครามที่คลี่คลายลง และปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างอื่นๆ ซึ่งสะท้อนว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาเยอะแล้วก็อาจจะยังมีแรงส่งให้ปรับตัวขึ้นได้ต่อ
แต่ขณะเดียวกันปัจจัยลบก็มีให้ต้องคอยดูการเปลี่ยนแปลง เช่น ภาพของราคาพลังงานที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ซึ่งเราคาดเดาใจของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ค่อนข้างลำบาก
ในด้านผลประกอบการ คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของปี 2569 เฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 96.04 บาท จากผลสำรวจครั้งก่อนที่ 87.64 บาท (หรือราว 88 บาท) ซึ่งคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยที่ 10.20%
โดยหมวดพลังงานและปิโตรเคมีคาดว่าจะมีกำไรออกมาดี ทั้งนี้ ภาพรวมหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวฟื้นขึ้นและ Outperform ได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยการเมืองที่มีเสถียรภาพ การไหลกลับของ Fund Flow
สำหรับอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจ แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนกับกลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการเดินทางท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดระดับลงมา
อย่างไรก็ดี สำหรับเป้าหมายดัชนี SET Index ในปีนี้ คาดว่าจะไปปิดสิ้นปีเฉลี่ยที่ 1,619 จุด ทั้งนี้ มีผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 4.76% มองว่าดัชนีมีโอกาสทำจุดสูงสุดถึง 1,801-1,900 จุด
สำหรับหุ้นเด่นจำนวน 5 บริษัทที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ตั้งแต่ 4 สำนักขึ้นไป แนะนำตรงกันมีดังนี้
ชยุต ไกรลาศรัตนศิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า Fund Flow ในช่วงเดือนที่ผ่านมาพบว่ามีการไหลเข้าในกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก นำโดยหุ้น SCB และรองลงมาคือ KBANK ท่ามกลางสถานการณ์ที่ธนาคารกลางทั่วโลกมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยและยังมีแนวโน้มในอนาคตที่ปรับลงได้ยาก ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หุ้นธนาคารมีความน่าสนใจ
สำหรับทิศทางดอกเบี้ยของไทยนั้น ประเมินว่าได้ผ่านจุดสิ้นสุดของขาลงไปแล้วและน่าจะทรงตัวไปได้อีกสักระยะ เพื่อรอดูแนวโน้มของเงินเฟ้อในประเทศ จากผลกระทบต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่อาจถูกผลักภาระเข้าไปในราคาสินค้าต่างๆ มากขึ้นในอนาคต ซึ่งการที่ดอกเบี้ยน่าจะไม่ได้ปรับลดลงและทรงตัวในระดับนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนธนาคารพาณิชย์
นอกจากนี้ คาดว่า Fund Flow จะยังคงไหลเข้าเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นที่มีการจ่ายปันผลในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลจ่ายปันผลระหว่างกาลไปพร้อมกับการประกาศงบการเงิน โดยในช่วงกลางเดือนนี้จะเริ่มต้นจากการประกาศงบของกลุ่มธนาคารเป็นลำดับแรก ทำให้หุ้นที่ให้เงินปันผลสูงในกลุ่ม SETHD รวมถึงหุ้นธนาคารพาณิชย์หลายๆ ตัว จะเป็นเป้าหมายหลักที่เม็ดเงินลงทุนมีโอกาสไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้