
เกาะติดความเคลื่อนไหวหลังยักษ์ใหญ่ด้านสื่อโฆษณานอกบ้าน PLANB ตัดสินใจทุ่มเม็ดเงินกว่า 7.2 พันล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้นในผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที COM7
ดีลครั้งนี้สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนอย่างมาก เพราะนี่อาจเป็นโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจที่อาจพลิกโฉมทั้งวงการสื่อโฆษณาและวงการค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีในอนาคต
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มีมุมมองที่ค่อนข้างระมัดระวังต่อหุ้น COM7 โดยระบุว่าอาจยังไม่เห็นผลบวกจากดีลนี้ในระยะสั้น แถมราคาได้ตอบรับกระแสข่าวนี้ไปพอสมควรแล้ว
ในขณะที่ PLANB ถูกยกให้เป็นหุ้นเด่น ซึ่งดีลนี้อาจเป็นโอกาสทองในการปั้นกำไร ต่อยอดธุรกิจ และมีโอกาสขอเพิ่มสัดส่วนที่นั่งในคณะกรรมการเพิ่ม
อย่างไรก็ดี เปิดตลาดเช้านี้ (1 กรกฎาคม 2569) ณ เวลา 10.11 น. ราคาหุ้น PLANB อยู่ที่ 4.94 บาท พุ่งขึ้น 6.47% ขณะที่ราคาหุ้น COM7 อยู่ที่ 27.50 บาท ปรับตัวลดลง 0.90% จากวันก่อนหน้า
บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PLANB ได้รายงานการเข้าลงทุนครั้งใหญ่ใน บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น COM7 โดยคณะกรรมการของ PLANB ได้อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ COM7 จำนวนไม่เกิน 263 ล้านหุ้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 11.01% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
โดยคาดว่าธุรกรรมนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 7,219 ล้านบาท โดยใช้วิธีการทยอยเข้าซื้อผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ แบ่งเป็นเฟสแรกที่ได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 จำนวน 93 ล้านหุ้น และเฟสที่สองที่อนุมัติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จนครบสัดส่วนเป้าหมาย
PLANB นับเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของ COM7 ที่ไม่มีความสัมพันธ์และไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท ขณะที่แหล่งเงินทุนที่นำมาใช้ในการซื้อหุ้นใหญ่นี้ PLANB เลือกใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
โดยบริษัทประเมินแล้วว่าจะไม่กระทบต่อสภาพคล่องและการดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม PLANB มีเงื่อนไขที่จะต้องนำเงินปันผลที่ได้รับจาก COM7 ไปชำระคืนเงินกู้บางส่วน รวมถึงได้นำหุ้น COM7 บางส่วนที่ซื้อมาไปจำนำเป็นหลักประกันเพื่อให้ได้เงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น
ส่วนเหตุผลในการลงทุน PLANB มองว่า COM7 เป็นผู้นำตลาดค้าปลีกสินค้าไอทีที่มีเครือข่ายแข็งแกร่งผ่านแบรนด์อย่าง BaNANA และ Studio7 ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนระยะยาว ทั้งในรูปของเงินปันผลและโอกาสในการผนึกกำลังความร่วมมือทางธุรกิจ (Synergy) ร่วมกันในอนาคต
ในฟาก COM7 นั้น สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ได้ออกหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยยืนยันว่าผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งคือตัวท่านเอง รวมถึงคณะกรรมการบริษัททุกท่าน ไม่ได้มีการเทขายหุ้นในรายการนี้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ ยังย้ำว่าการเปลี่ยนมือของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่ออำนาจการควบคุม โครงสร้างการบริหารงาน หรือนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัท
นอกจากนี้ สัดส่วน 11.01% ที่ PLANB ได้มานั้น ยังไม่ถึงจุดที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (Mandatory Tender Offer) ตามกฎเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีมุมมองที่ค่อนข้างระมัดระวังต่อดีลนี้ โดยตัดสินใจปรับลดคำแนะนำหุ้น COM7 ลงเป็น “ขาย” จากเดิมที่แนะนำเพียงเก็งกำไร พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 25.50 บาท
โดยให้เหตุผลว่าในระยะสั้นยังไม่เห็นผลบวกเชิงปัจจัยพื้นฐานจากการที่ PLANB เข้ามาถือหุ้น เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดความร่วมมือทางธุรกิจที่ชัดเจน
นอกจากนี้ กลยุทธ์การเติบโตเดิมที่ COM7 วางไว้มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเสริมของตนเองอยู่แล้ว เช่น สินเชื่อ uFund, ประกันภัย iCare Insurance และธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า หากจะมีความร่วมมือกับ PLANB เกิดขึ้นก็คงต้องใช้เวลาในการสร้างกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นที่ บล.เอเซีย พลัส กังวลคือราคาหุ้น COM7 ถูกดันขึ้นมาแล้วถึง 18% นับตั้งแต่ PLANB เริ่มเข้าซื้อหุ้น ซึ่งหลังจากนี้แรงหนุนน่าจะหมดลง
ประกอบกับแนวโน้มกำไรกำลังเข้าสู่ช่วง Low Season ในไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 และยังมีความเสี่ยงจากราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะขาดแคลนชิปทั่วโลก ซึ่งอาจกดดันยอดขายในครึ่งปีหลังด้วย
ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด มีมุมมองเชิงบวกต่อฝั่งของผู้ซื้ออย่าง PLANB โดยยังคงคำแนะนำ ”ซื้อ” และยกให้เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มสื่อโฆษณา พร้อมประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 6.50 บาท
การทุ่มเงิน 7.2 พันล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้น COM7 ในครั้งนี้ PLANB ใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมสถาบันการเงินทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ PLANB ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 หรือ 3 ของ COM7
แม้การกู้ยืมจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Eq) ขยับเพิ่มขึ้นจาก 0.26 เท่า เป็น 0.82 เท่า แต่ระดับดังกล่าวยังคงต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งสะท้อนว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง
ในแง่ผลประกอบการประเมินว่าในเบื้องต้น PLANB จะรับรู้ผลตอบแทนในรูปแบบรายได้จากเงินปันผลซึ่งคาดว่าจะไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี โดยตัวเลขดังกล่าวจะใกล้เคียงกับต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นราว 290 ถึง 360 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าจับตามองคือ บล.กรุงศรี เชื่อว่า PLANB มีโอกาสที่จะเรียกประชุมผู้ถือหุ้น COM7 เพื่อขอเพิ่มสัดส่วนที่นั่งในคณะกรรมการ หากสำเร็จจะทำให้ PLANB สามารถเปลี่ยนวิธีการรับรู้ผลตอบแทนมาเป็นแบบส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน
ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยดันกำไรของ PLANB ให้เติบโตขึ้นได้อีก 11-17% รวมทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าพื้นฐานของหุ้น PLANB ได้อีก 0.72 ถึง 1.11 บาทต่อหุ้น
นอกจากมิติทางการเงินแล้ว PLANB ยังมีโอกาสใช้ประโยชน์จากช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ของ COM7 เพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้อีกด้วย
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้