Webull ทุ่ม 2,865 ล้านบาท เทคโอเวอร์ "บล.พาย" ปั้นโบรกเกอร์ครบวงจรที่สุดในไทย

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Webull ทุ่ม 2,865 ล้านบาท เทคโอเวอร์ "บล.พาย" ปั้นโบรกเกอร์ครบวงจรที่สุดในไทย

Date Time: 30 มิ.ย. 2569 10:15 น.

Video

Kioxia บริษัทอะไร? เข้าตลาดไม่ถึง 2 ปี ขึ้นแท่นหุ้นเบอร์ 1 ญี่ปุ่น | Digital Frontiers EP.69

Summary


Latest


ดีลใหญ่สะเทือนวงการหลักทรัพย์ไทย เมื่อ Webull แพลตฟอร์มเทรดหุ้นระดับโลก บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ บล.พาย ด้วยมูลค่า 2,865 ล้านบาท  สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนอย่างมาก

ทำให้บ่ายวันที่ 29 มิ.ย.69 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องขึ้นเครื่องหมาย H หรือหยุดพักการซื้อขายหุ้น บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น CGH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บล.พาย เพื่อรอการชี้แจงข้อมูล

ล่าสุด CGH ส่งหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว โดยระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะมีผลสมบูรณ์ภายหลังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ CGH รวมถึงการดำเนินธุรกรรมตามสัญญาและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกรรมดังกล่าวได้รับการอนุมัติและดำเนินการจนแล้วเสร็จ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บล.พาย

ย้อนรอย "บล.พาย" จากโบรกเกอร์ดั้งเดิมสู่แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัล

หากย้อนไปเมื่อปี 2566 บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi Securities ถือกำเนิดจากการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป ภายใต้กลุ่มทุนของ CGH หรือ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

โดยประกาศเปลี่ยนชื่อและเปิดตัวแบรนด์ "Pi" อย่างเป็นทางการเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจโบรกเกอร์แบบดั้งเดิม สู่บริษัทเทคโนโลยีการเงินที่มุ่งเน้นการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

การรีแบรนด์ครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อบริษัท แต่ยังมาพร้อมกับการเปิดตัวแอปพลิเคชัน Pi ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนแบบ Multi-Asset รองรับการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ กองทุนรวม ตราสารหนี้ และสินทรัพย์การลงทุนอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการบริหารพอร์ตผ่านแอปพลิเคชันเพียงแห่งเดียว

CGH ระบุในช่วงเปิดตัวว่า บริษัทต้องการยกระดับ Pi ให้เป็นมากกว่าโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้น โดยวางตำแหน่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่ง (WealthTech) ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริการด้านการลงทุน พร้อมนำข้อมูล การวิเคราะห์ และเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถวางแผนและบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดคำชี้แจง CGH

บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น CGH แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่ CGH ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บล.พาย ได้เปิดเผยสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เรื่อง แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เรื่อง การจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัทย่อย การอนุมัติค่าตอบแทนพิเศษให้แก่กรรมการบริษัท และกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 นั้น

บริษัทจะจำหน่ายหุ้นของ บล.พาย จำนวนทั้งสิ้น 1,578,884,083 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 90.98% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ Pi และบริษัท ท็อปเทรดเดอร์ จำกัด (TT) โดยการจำหน่ายหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 885,666 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 55.99% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ TT ซึ่งทั้งสองบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ให้แก่ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 2,865,000,000 บาท

ธุรกรรมดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะมีผลสมบูรณ์ภายหลังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ CGH รวมถึงการดำเนินธุรกรรมตามสัญญาและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกรรมดังกล่าวได้รับการอนุมัติและดำเนินการจนแล้วเสร็จ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บล.พาย

โดย Webull Holdings Singapore เป็นบริษัทในกลุ่ม Webull Corporation ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีการลงทุนระดับโลก ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ "BULL" ตามข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 กลุ่มบริษัท Webull มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้ว 28.0 ล้านบัญชี และมีสินทรัพย์ลูกค้ารวมกว่า 9.7 แสนล้านบาท ครอบคลุม 16 ประเทศ ทั่วทวีปอเมริกาเหนือ เอเชียแปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และละตินอเมริกา

บล.พาย ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ "บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)" และแนวคิดการให้บริการ "Digital with Human Touch" โดยลูกค้าสามารถใช้บริการด้านการลงทุนทุกผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

บล.พาย เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ดังกล่าว จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพของบริษัท ทั้งในด้านเทคโนโลยี เงินทุน เครือข่ายพันธมิตร และโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล โดยจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุน การขยายโอกาสการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนระดับโลก การยกระดับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ซึ่งผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การลงทุนที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

และขอยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

จ่ายเป็นเงินสด + หุ้น Nasdaq  ทำให้ CGH ก้าวเป็นผู้ถือหุ้น Webull

สำหรับโครงสร้างการชำระเงิน CGH จะได้รับค่าตอบแทนรวมประมาณ 2,865 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ใช่ราคาสุดท้าย เนื่องจากต้องมีการปรับราคา (Price Adjustment) ตามกลไกที่กำหนดในสัญญา โดยแบ่งการชำระเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกเป็นเงินสดรวม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งจ่าย 2 งวด งวดละ 5 ล้านดอลลาร์ โดยงวดแรกชำระ ณ วันที่สัญญาซื้อขายหุ้นมีผลบังคับสมบูรณ์ และงวดที่สองชำระ ณ วันปิดการซื้อขาย (Closing Date)

ส่วนที่สองเป็นหุ้นสามัญของ Webull Corporation (NASDAQ: BULL) มูลค่ารวม 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นหุ้นที่ใช้ชำระราคา (Payment Shares) มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีกลไกคุ้มครองความเสี่ยงรับประกันว่า CGH จะได้รับเงินสดครบ 60 ล้านดอลลาร์เต็มจำนวน และหุ้นที่ฝากไว้ในบัญชีเอสโครว์ (Escrow Shares) อีก 20 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการปรับราคาซื้อขายขั้นสุดท้าย

ทั้งนี้ หากอ้างอิงราคาปิดหุ้น BULL ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ 6.82 ดอลลาร์ต่อหุ้น CGH จะได้รับหุ้น BULL ราว 11.73 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 2.16–2.21% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว เท่ากับว่าหลังดีลนี้ CGH จะก้าวเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใน Webull Corporation บนตลาด Nasdaq ด้วย

สรุปดีลซื้อกิจการ

ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand เปิดเผยกับ Thairath Money ยืนยันว่าการเซ็นสัญญาซื้อขายเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วในวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ดีลครั้งนี้เป็นการลงทุนผ่าน Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. บริษัทในกลุ่ม Webull Corporation ที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq โดยเข้าซื้อหุ้น บล.พาย จาก บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGH ในสัดส่วนกว่า 90.98%

"เราซื้อไม่ใช่เพราะไลเซนส์ เพราะไลเซนส์เรามีอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีสองไลเซนส์ แต่เราซื้อเพราะอยากได้ทรัพยากรบุคคล อยากได้ฐานลูกค้าที่เดิมที่หนา"

ชลเดช ยังกล่าวอีกว่า ทั้งสองธุรกิจแทบไม่มีส่วนที่ทับซ้อนกันเลย ในฝั่ง Webull จุดแข็งอยู่ที่หุ้นสหรัฐและหุ้นต่างประเทศ มีสัดส่วนรายได้จากหุ้นไทยน้อยมาก และที่สำคัญคือไม่มีทีมเซลส์ ไม่มี IC (ผู้แนะนำการลงทุน) เพราะเน้นรูปแบบ self-directed ผ่านแอปพลิเคชัน

ขณะที่ฝั่ง บล.พาย แม้จะมีสัดส่วนหุ้นต่างประเทศไม่มากนัก แต่แข็งแกร่งด้านหุ้นไทยและ TFEX ที่ครองอันดับต้นของตลาด พร้อมด้วยทีม RM และ IC กว่า 300 คน ทีมวิจัย และทีมทำ DR (Depositary Receipt)

"เราได้ RM ได้ IC มา 300 กว่าคน ได้รีเสิร์ชมาทีมหนึ่ง ได้ทีมทำ DR ได้ทุกอย่างเลย เราแค่ต้องเข้ามาบริหารให้มันเติบโต รวมถึงเรามีข้อได้เปรียบเรื่อง Economy of Scale และต้นทุนที่ใช้ร่วมกันได้ จะช่วยให้บริหารธุรกิจให้ทำกำไรได้"

หลังการควบรวมเสร็จสมบูรณ์ Webull จะกลายเป็นโบรกเกอร์ที่ครบวงจรที่สุดในไทย และ Webull Thailand จะกลายเป็น Webull ที่มีพนักงานมากที่สุดในโลก มากยิ่งกว่าสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา

ลูกค้าไม่กระทบ - รันสองแบรนด์คู่ขนาน

ซีอีโอ Webull เน้นย้ำว่า Key message สำคัญคือ ลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น โดยในช่วงแรกทั้งสองบริษัทจะดำเนินงานแยกกันภายใต้สองแบรนด์ ลูกค้า บล.พาย ที่ใช้บริการเทรดแบบมีผู้ดูแลหรือเทรดเองยังคงใช้งานได้ตามเดิม รวมถึงระบบ streaming เดิมก็ยังคงอยู่ ทีมเซลส์ IC และ RM ยังได้รับค่าตอบแทน (compensation) เหมือนเดิม

สิ่งที่ลูกค้าจะได้เพิ่มเติม คือผลิตภัณฑ์ของ Webull ที่ตลาดไทยไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงทีมซัพพอร์ตจากสหรัฐและฮ่องกงที่จะเข้ามาช่วยบ่อยขึ้น เนื่องจากเป็นการลงทุนด้วยเงินจากส่วนกลางของ Webull Corporation ส่วนการ Synergy หลักจะเกิดในเชิงฐานลูกค้า ทีมผลิตภัณฑ์ ทีมการตลาด และออฟฟิศ โดยชลเดชย้ำว่ากระบวนการ merge เต็มรูปแบบนั้นต้องใช้เวลาเป็นปีตามธรรมชาติของดีลลักษณะนี้ ทำให้ในเชิงรายละเอียดของการควบรวมยังไม่ได้ลงลึกในขณะนี้

ตั้งเป้าพลิก บล.พาย กลับมามีกำไรในปี 2569

ด้านเป้าหมายธุรกิจ ซีอีโอ Webull เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Webull Thailand มีลูกค้าเปิดบัญชีแล้วกว่า 400,000 ราย และมี AUM ราว 20,000 ล้านบาท ตั้งเป้าทั้งปีที่ราว 40,000 ล้านบาท ส่วน บล.พาย ซึ่งมี AUM ระดับแสนล้านบาท Webull ตั้งเป้าพลิกผลประกอบการให้กลับมามีกำไรจากที่เคยขาดทุน โดยตั้งเป้าโชว์ตัวเลขกำไรภายในปี 2569

ชลเดช ยังระบุว่า หลังดีลสำเร็จจะเข้าไปศึกษาและซัพพอร์ตทีมพายก่อน อาทิ การผลักดันธุรกิจ DR ให้ขึ้นมาเป็นแนวหน้า การทำ portfolio advisory และการเชื่อมพันธมิตรต่างประเทศเข้ากับทีมวิจัย โดยมองว่าการ Synergy จะช่วยให้นำทีมที่เชี่ยวชาญจากที่หนึ่งไปเสริมอีกที่หนึ่งได้

มองการแข่งขัน: ยกระดับมาตรฐาน เพิ่มทางเลือกให้คนไทย

เมื่อถามถึงการเข้ามาของแพลตฟอร์มต่างชาติรายอื่น ๆ ว่าจะกระทบต่อธุรกิจหรือไม่ ชลเดช มองว่า เป็นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน และทำให้คนไทยมีทางเลือกมากขึ้น เขาเปรียบเทียบว่าหากไม่มี Webull เข้ามา ผู้เล่นรายอื่นก็อาจไม่เร่งพัฒนาระบบเพื่อให้บริการลูกค้า พร้อมเปรียบธุรกิจนี้กับการที่ผู้คนเลือกใช้แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Facebook, Google หรือ iPhone โดยมองว่าบางธุรกิจจำเป็นต้องแข่งขันในระดับตลาดโลก และการเทรดผ่านแอปได้เปลี่ยนโลกของการลงทุนไปแล้วอย่างแท้จริง


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ