
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เผยมุมมองเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุน พร้อมปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 1.6% รับอานิสงส์ใหญ่จากวัฏจักรการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ผนวกกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เข้ามาช่วยพยุงการบริโภคในประเทศ
ขณะเดียวกัน ปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index ปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 1,550–1,600 จุด โดยประเมินว่าดัชนีมีโอกาสปรับฐานลงมาในไตรมาส 3/69 ก่อนจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 4/69 พร้อมชี้เป้าหุ้นเด่นน่าลงทุน
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกจะมีการฟื้นตัวในลักษณะ U-Shape Recovery โดยในระยะสั้นอาจเผชิญภาวะชะลอตัวจากต้นทุนทางการเงินที่ตึงตัวขึ้นทั่วโลก ภาคการผลิตของยุโรปที่ส่งสัญญาณอ่อนตัว ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ลดลง รวมถึงเศรษฐกิจจีนที่เติบโตแบบ K-shaped
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 4/69 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ
สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ขึ้นเป็น 1.6% จากเดิม 1.4% ภายใต้กรณีฐานโดยปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนตามวัฏจักรของกระแส AI การลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์
รวมถึงอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะกรอบเงินกู้ฉุกเฉิน 4 แสนล้านบาท ที่ช่วยพยุงการบริโภคภาคเอกชน แม้จะถูกกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่ 3.2% ก็ตาม
ทั้งนี้ ประเมินกรณีดีที่สุด เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวได้ถึง 2.0% ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐพุ่งสูงถึง 6.0% และการส่งออกที่อาจเร่งตัวขยายตัวได้ถึง 9.5% ตามความต้องการด้าน AI ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี ยังมีความท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยในกรณีเลวร้ายนั้น GDP ไทยอาจเติบโตเหลือเพียง 1.2% หากเกิดสถานการณ์สงครามยืดเยื้อที่ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งไปถึง 4.4% และกดดันให้การบริโภคเหลือเพียง 1.0% ประกอบกับความเสี่ยงหากศาลฯ วินิจฉัยมาตรการพลังงานขัดรัฐธรรมนูญซึ่งจะทำให้การลงทุนชะงักงัน
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงในไตรมาสที่ 3/69 ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 4/69 ของปีนี้
โดยได้ปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index ปี 2569 ขึ้นเป็น 1,550–1,600 จุด (จากเดิม 1,500–1,550 จุด) เพื่อสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด พร้อมประเมินว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตได้ถึงระดับ 20% จากปีก่อน
สำหรับสาเหตุที่ประเมินว่าตลาดจะเผชิญแรงกดดันและปรับตัวลงในไตรมาส 3/69 นั้น มาจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่
1.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังมีความสุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจาในประเด็นนิวเคลียร์อย่างชัดเจน ทำให้ตลาดอาจต้องลุ้นกับสถานการณ์ปะทะกันอีกระลอก
2.ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นจะเข้ามากดดันกำลังซื้อของคนในประเทศ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
3.นโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเปลี่ยนจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน มาเป็นการเน้นจัดการทีละเรื่อง หากเคลียร์ประเด็นตะวันออกกลางจบ มีแนวโน้มสูงมากที่จะหันมาลุยเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้า และเพ่งเล็งประเทศคู่ค้าอื่นๆ รวมถึงไทย
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงส่งสำคัญที่จะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง และเป็นตัวจุดชนวนการฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 4/69 ได้แก่ วัฏจักรการลงทุน AI รอบใหญ่, การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 3/69 จึงควรเน้นไปที่การตั้งรับอย่างเหมาะสม โดยมีหุ้นเด่นที่แข็งแกร่งและน่าสนใจ ได้แก่ CENTEL, CPN, GULF, HANA และ WHA เป็นต้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้