เตือนหุ้นโลกเริ่มแพง! สหรัฐ-อิหร่านจ่อสงบศึก แต่เงินเสี่ยงไหลเข้าตราสารหนี้

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เตือนหุ้นโลกเริ่มแพง! สหรัฐ-อิหร่านจ่อสงบศึก แต่เงินเสี่ยงไหลเข้าตราสารหนี้

Date Time: 16 มิ.ย. 2569 11:39 น.

Video

งานประจำ vs ฟรีแลนซ์ ทำงานแทบตาย แต่ทำไมเงินหายไปกับภาษี? | Money Issue EP.53

Summary

ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับความหวังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสงบศึกและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง กดราคาน้ำมันร่วง หนุนบรรยากาศลงทุน แต่โบรกฯ เตือนหุ้นเริ่มแพงรับข่าวดีแล้ว ขณะที่ Bond Yield สูงขึ้น อาจดึงเม็ดเงินไหลจากหุ้นเข้าสู่ตราสารหนี้ในระยะถัดไป

Latest


แม้ความหวังต่อการเจรจาสงบศึกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยปลดล็อกความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นรับข่าวดีอย่างคึกคักไปก่อนหน้านี้

แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนอาจต้องระวังความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ หลังราคาหุ้นหลายตลาดปรับขึ้นมาจนเริ่มสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินทรัพย์ปลอดภัย

และอาจกลายเป็นแรงดึงดูดให้เม็ดเงินบางส่วนไหลออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ในระยะต่อไป ส่งผลให้โอกาสการปรับขึ้นของหุ้นอาจเริ่มจำกัดมากกว่าที่นักลงทุนคาด


สหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจาสงบศึก หนุนตลาดหุ้นทั่วโลกเขียว

สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน หลังมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมบรรลุข้อตกลงสันติภาพและพร้อมที่จะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้

ซึ่งเรื่องนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้อและกดดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดลบถึง 4.8% เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าจะมีอุปทานน้ำมันเข้ามาเพิ่มเติมราว 20% ของอุปทานโลก

และส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวตอบรับข่าวดีกันอย่างคึกคัก (ณ เวลา 10.50 น.)

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี Dow Jones  เพิ่มขึ้น 0.92% ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.65% ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 3.07%
  • ตลาดหุ้นเยอรมัน ดัชนี DAX เพิ่มขึ้น 1.05%
  • ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ดัชนี CAC 40 เพิ่มขึ้น 0.40%
  • ตลาดหุ้นเกาหลี ดัชนี KOSPI เพิ่มขึ้น 2.21%
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 0.73%


ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ เปิดการซื้อขายในแดนบวก แต่แรงขายทำกำไรเริ่มกลับเข้ามากดดันตลาดในช่วงสาย ส่งผลให้ดัชนีพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ โดย ณ เวลา 10.50 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,589.75 จุด ลดลง 1.97 จุด หรือ -0.12% 


จับตาเงินไหลเข้าตลาดพันธบัตร

แม้บรรยากาศการลงทุนจะดูสดใส แต่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำต่างออกมาเตือนให้ระมัดระวังความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การเข้าสู่ช่วงเจรจาสงบศึกถือเป็นสัญญาณบวกทางจิตวิทยาอย่างชัดเจน แต่ต้องระวังภาวะ "Overprice" เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกได้ฟื้นตัวและตอบรับข่าวดีนี้ไปพอสมควรแล้ว

การที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นมาแรงกดดันให้ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นและพันธบัตร (Market Earning Yield Gap: MEYG) แคบลงจน Upside จำกัด

สิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) 10 ปีทั่วโลกที่ปรับตัวพุ่งแรงขึ้นมาถึง 30-50 Basis Points ทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย (เช่น สหรัฐฯ +53.6 BPS, สหราชอาณาจักร +58.0 BPS, ไทย +37.6 BPS)

นอกจากนี้ ประเมินว่า ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงและมีความปลอดภัยกว่าตลาดหุ้น จะเป็นแรงกดดันและตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ เกิดกระแสโยกเงินทุนออกจากตลาดหุ้นไปเข้าตลาดตราสารหนี้ เพื่อล็อกผลกำไรในช่วงนี้

 นอกจากนี้ยังต้องติดตามการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) สู่ระดับ 1.00% ซึ่งสูงสุดในรอบกว่า 30 ปีด้วย

ด้านนักวิเคราะห์ บล.พาย มองสอดคล้องกันว่า ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วราว 4.2% นับตั้งแต่เกิดสงคราม ซึ่งถือว่าตอบรับข่าวไปในระดับหนึ่งแล้ว พร้อมประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่าอาจเผชิญ "แรงเสียดทาน" จากโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบาง และมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะ Stagflation

แม้ปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีแนวโน้มผ่อนคลายลง แต่ยังต้องรอดูมุมมองของประธานเฟดคนใหม่ และการเปิดเผยรายละเอียด Dot Plot อย่างใกล้ชิด

โดย บล.พาย แนะนำให้กระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน โดยลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีกระแสเงินสดต่ำ และเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มพลังงาน วัสดุพื้นฐาน รวมถึงหุ้นปันผลสูง


เปิดโผหุ้นเด่น กลุ่มไหนน่าลงทุน

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทั้งสองโบรกเกอร์มีมุมมองที่ตรงกันในการเน้นลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 

บล.เอเซีย พลัส แนะนำ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่นรับธีมสงครามผ่อนคลาย (Sector Rotation) ได้แก่

  • กลุ่มอิงท่องเที่ยวได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการเดินทาง ได้แก่ BDMS, BCH, BH, CENTEL, MINT, BA
  • กลุ่มต้นทุนลดลงรับแรงหนุนจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ผ่อนคลาย ได้แก่ ICHI, CBG, HMPRO, GPSC, BGRIM, GULF
  • กลุ่มการเงินฟื้นตัวตามเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ SAWAD, MTC, TIDLOR

ด้าน บล.พาย แนะนำเน้นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับลง ได้แก่

  • กลุ่มไฟแนนซ์ ได้แก่ MTC, SAWAD, TIDLOR
  • กลุ่มสายการบิน ได้แก่ AAV, THAI
  • กลุ่มโรงแรม ได้แก่ CENTEL, MINT
  • กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า ได้แก่ CPALL, BJC, CPN
  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ AP, SPALI


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ