นักลงทุนรายย่อยจะซื้อหุ้น SpaceX ที่ไหน? 7 โบรกฯ เปิดเงินลงทุนขั้นต่ำ-ค่าคอมฯ-โปรโมชั่น

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

นักลงทุนรายย่อยจะซื้อหุ้น SpaceX ที่ไหน? 7 โบรกฯ เปิดเงินลงทุนขั้นต่ำ-ค่าคอมฯ-โปรโมชั่น

Date Time: 12 มิ.ย. 2569 13:52 น.

Video

งานประจำ vs ฟรีแลนซ์ ทำงานแทบตาย แต่ทำไมเงินหายไปกับภาษี? | Money Issue EP.53

Summary

SpaceX เตรียมเข้าเทรด Nasdaq ภายใต้ชื่อ SPCX เปิดโอกาสรายย่อยลงทุนธุรกิจอวกาศครั้งแรก Thairath Money พาส่อง 3 ช่องทางลงทุนและ 7 โบรกเกอร์ยอดฮิตสำหรับคนไทย

Latest


SpaceX บริษัทด้านอวกาศของ Elon Musk เตรียมเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq วันที่ 12 มิถุนายนนี้ ภายใต้ตัวย่อ “SPCX” ด้วยมูลค่ากิจการที่อาจสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

และนี่เป็นโอกาสครั้งแรกที่นักลงทุนรายย่อยจะสามารถเข้าถึงธุรกิจเบื้องหลังจรวด Falcon, โครงการ Starlink และเทคโนโลยีอวกาศ ที่เคยเปิดให้ลงทุนเฉพาะนักลงทุนเอกชนรายใหญ่เท่านั้น

Thairath Money พาส่องช่องทางลงทุน สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการลงทุนในหุ้น SPCX สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 


3 ช่องทางลงทุน SpaceX

หลังจาก SpaceX ของ Elon Musk เข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อ "SPCX" นักลงทุนไทยที่ต้องการร่วมลงทุน สามารถเข้าถึงหุ้นดังกล่าวได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

1.ลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ

หนึ่งในทางเลือกคือการซื้อกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ หุ้นนวัตกรรม หรือดัชนี Nasdaq-100 ซึ่งกองทุนเหล่านี้มีโอกาสได้รับประโยชน์ทางอ้อม หาก SPCX ได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนีสำคัญ หรือถูกเพิ่มเข้าไปในพอร์ตการลงทุนของผู้จัดการกองทุนในอนาคต

ข้อดีของการลงทุนผ่านกองทุนรวมคือ ผู้ลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นหลายบริษัทพร้อมกัน โดยไม่ต้องรับความผันผวนจากหุ้น SPCX เพียงตัวเดียว 

อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาหนังสือชี้ชวน และติดตาม Fund Fact Sheet ของแต่ละกองทุนเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่ากองทุนมีนโยบายหรือกระบวนการนำหุ้น SPCX เข้ามาอยู่ในพอร์ตการลงทุนหรือไม่

2.ลงทุนผ่าน DR อ้างอิง ETF ที่มีหุ้น SPCX เป็นส่วนประกอบ

ปัจจุบันในตลาดหุ้นไทยมี DR ที่อ้างอิง ETF หรือกองทุนรวมที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง ซึ่งมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการเข้าดัชนีของ SPCX ด้วย เช่น

  • NDX01 ซึ่งอ้างอิง ChinaAMC NASDAQ 100 ETF (3086.HK) ที่มีเป้าหมายติดตามผลตอบแทนของดัชนี Nasdaq-100
  • QQQM19 ซึ่งอ้างอิงกองทุน QQQM ของ Invesco ที่ติดตาม Nasdaq-100 เช่นกัน

ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่า นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ว่า SPCX อาจได้รับการบรรจุเข้าดัชนี Nasdaq-100 ได้ภายในเวลาเพียง 15 วันทำการ หลังเข้าซื้อขาย จากกฎ Fast Entry Rule ของ Nasdaq ส่งผลให้กองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนีดังกล่าวต้องทยอยเข้าซื้อหุ้น SPCX ตามสัดส่วนของดัชนี

3.ซื้อหุ้น SPCX โดยตรงผ่านโบรกเกอร์ไทย

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือหุ้น SPCX โดยตรง สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศกับบริษัทหลักทรัพย์ไทยที่ให้บริการซื้อขายหุ้นสหรัฐได้หลายแห่ง ซึ่งเมื่อนักลงทุนเปิดบัญชีและโอนเงินเข้าพอร์ตแล้ว ก็สามารถค้นหาหุ้นด้วยชื่อย่อ "SPCX" และส่งคำสั่งซื้อขายได้เหมือนหุ้นสหรัฐทั่วไป

โดยนักลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ ที่ได้รับรองอย่างถูกกฎหมายได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายแห่งเตือนว่าหุ้น SpaceX อาจมีความผันผวนสูงในช่วงแรกของการซื้อขาย เนื่องจากเป็น IPO ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยทั่วโลก


ส่อง 7 โบรกเกอร์ยอดฮิต ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ

สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของหุ้น SPCX โดยตรง ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ไทยหลายแห่งที่เปิดให้ซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ บางแห่งเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ รองรับการซื้อขายเศษหุ้น และมีโปรโมชันฟรีค่าคอมมิชชันสำหรับลูกค้าใหม่

Thairath Money หยิบยก 7 โบรกเกอร์ยอดนิยมที่เปิดให้นักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุน ดังนี้

1. Webull

ให้บริการโดย บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จํากัด รองรับการซื้อขายแบบเศษหุ้น และมีฟีเจอร์แยกพอร์ตการลงทุนได้อิสระเพื่อจัดหมวดหมู่การลงทุน

  • ลงทุนขั้นต่ำ: 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.0001 หุ้น
  • ค่าธรรมเนียม: 0.10% ของมูลค่าการซื้อขาย โดยไม่มีการกำหนดค่าคอมมิชชันขั้นต่ำต่อรายการ
  • โปรโมชันที่น่าสนใจ: มีแคมเปญให้ผู้ใช้งานใหม่เทรดหุ้นสหรัฐฯ ฟรีค่าคอมมิชชันสูงสุด 60 ไม้ เพียงแค่เปิดบัญชี และชวนเพื่อนฝากครบ 5 คน

2. Pi Financial

ให้บริการโดย บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เชื่อมต่อการลงทุนได้กว่า 28 ตลาดทั่วโลก ครอบคลุมทั้งหุ้น ETF REITs รองรับสินทรัพย์หลากหลายรูปแบบผ่านบัญชีเดียว พร้อมทีม Pi Research คอยนำเสนอมุมมองการลงทุน

  • ลงทุนขั้นต่ำ: 0.01 หุ้น
  • ค่าธรรมเนียม: 0.20% ของมูลค่าการซื้อขาย และไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันขั้นต่ำ และจะมีค่าธรรมเนียม ADR ประมาณ 0.02%-0.05%

3. Dime! 

ให้บริการโดย บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด สามารถเริ่มลงทุนแบบเศษหุ้นได้ นอกจากนี้ยังไม่มีการบวกค่าธรรมเนียมส่วนต่างเวลาแลกเงิน (No FX Spread) ทำให้นักลงทุนได้เรทแลกเงินตามตลาดจริง

  • ลงทุนขั้นต่ำ: 50 บาท
  • ค่าธรรมเนียม: ยอดซื้อขายต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะคิดที่ 0.15% และหากยอดสูงกว่านั้น ระบบจะเลือกเรทที่ถูกที่สุดให้ระหว่าง 0.15% หรือ 0.08 ดอลลาร์/หุ้น  และมีแพ็กเกจสมาชิก "Dime! Fan" เริ่มต้น 39 บาท/เดือน ได้รับสิทธิ์เทรดฟรีค่าคอมฯ 5 รายการต่อเดือน
  • โปรโมชันที่น่าสนใจ: เปิดบัญชีใหม่รับ “ชุดเจิมพอร์ต” เทรดฟรี 10 ไม้, โปรโมชัน Dime! On Top ที่ให้รางวัลเพิ่มเติมเมื่อมียอดซื้อขายหุ้นสหรัฐถึงเกณฑ์, โปรแกรมชวนเพื่อน รับหุ้นสหรัฐมูลค่า 50 บาทต่อเพื่อน 1 คน, โปรโมชั่น Unlock PDT ลดค่าคอมฯ 50% (สูงสุด 20,000 บาท) เป็นต้น

4. Liberator

ให้บริการโดย บริษัท หลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ชูโรงด้วยความโปร่งใสของต้นทุน เหมาะกับผู้ที่เทรดบ่อยเพราะมีแพ็กเกจให้เลือกจ่ายตามความเหมาะสม  

  • ลงทุนขั้นต่ำ: 1 ดอลลาร์สหรัฐ  
  • ค่าธรรมเนียม: แบ่งเป็น 2 ระบบ
    • LIB Basic จ่ายตามจริง โดยหุ้นราคาตั้งแต่ 6.67 ดอลลาร์ คิด 0.10% และหุ้นราคาต่ำกว่า 6.67 ดอลลาร์ คิด 0.00667 ดอลลาร์/หุ้น (ไม่มีขั้นต่ำ)
    • แพ็กเกจสมาชิก LIBFAM US เหมาจ่าย 1,999 บาท/เดือน ซึ่งจะได้สิทธิ์เทรดฟรีค่าคอมฯ ในวงเงิน 100,000 ดอลลาร์แรก   
  • โปรโมชันที่น่าสนใจ: จัดการเรื่องการยื่นแบบภาษี W-8BEN ให้ฟรี (ปกติมีค่าใช้จ่าย 2,000 บาท) ซึ่งจะทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ลดภาษีเงินปันผลจาก 30% เป็น 15% ได้เป็นเวลา 3 ปี

5. InnovestX

ให้บริการโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มีครบตั้งแต่หุ้นไทย หุ้นนอก 23 ประเทศ กองทุนรวม ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์และข้อมูลราคาหุ้นสหรัฐแบบ Real-time จาก Nasdaq

  • ลงทุนขั้นต่ำ: เริ่มต้นที่ 1 หุ้น
  • ค่าธรรมเนียม: 0.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ค่าคอมมิชชั่นขั้นต่ำ 4.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อรายการ ไม่มีค่าธรรมเนียมในการจัดทำแบบฟอร์ม W-8BEN
  • โปรโมชันที่น่าสนใจ: มีระบบสะสม INVX Point จากการลงทุนเพื่อนำไปแลกส่วนลดค่าธรรมเนียม และสามารถสมัครข้อมูลราคาหุ้นสหรัฐฯ แบบ Real-time ได้ในราคา 1 ดอลลาร์ต่อเดือน

6. KS Global Invest

ให้บริการโดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สามารถลงทุนหุ้นต่างประเทศ ครอบคลุม 25 ประเทศทั่วโลก มีทีมวิเคราะห์ของ KS Research จัดทำบทวิเคราะห์หุ้นต่างประเทศ มุมมองเศรษฐกิจโลก และธีมการลงทุนต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ

  • ลงทุนขั้นต่ำ: 1 หุ้นของหลักทรัพย์ที่ต้องการซื้อ
  • ค่าธรรมเนียม: คิดตามราคาหุ้น หากราคาหุ้นตั้งแต่ 20 ดอลลาร์ขึ้นไป คิด 0.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น หากราคาต่ำกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐ คิด 0.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น โดยมีการกำหนดอัตราค่าคอมมิชชันขั้นต่ำไว้ที่ 4.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อรายการ

7. Global Trade Master

ให้บริการโดย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) รองรับการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม และรองรับการซื้อขายนอกเวลาทำการ และมีทีมวิเคราะห์ต่างประเทศคอยจัดทำบทวิเคราะห์หุ้นสหรัฐฯ รายตัว มุมมองตลาด และพอร์ตแนะนำสำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

  • ลงทุนขั้นต่ำ: 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.00001 หุ้น
  • ค่าธรรมเนียม: หากเทรดด้วยระบบ Fractional Shares จะคิดค่าธรรมเนียมเหมาที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อรายการ แต่ถ้าซื้อหุ้นเต็มจำนวนแบบปกติ จะคิดที่ 0.08 ดอลลาร์ต่อหุ้น (มีค่าคอมมิชชันขั้นต่ำที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อรายการ)

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นเป็นการรวบรวมรายละเอียดจากแหล่งข้อมูลสาธารณะของผู้ให้บริการ โดยโบรกเกอร์ทั้ง 7 ราย เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการลงทุนหุ้นต่างประเทศในไทยเท่านั้น เพื่อให้ข้อมูลและเปรียบเทียบเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ