
ย้อนรอย JAS จากเจ้าของ 3BB สู่ผู้เล่นธุรกิจคอนเทนต์กีฬา เดินหน้าปิดดีลสิทธิถ่ายทอดสด FIFA World Cup 2026 ในไทย เดิมพันอนาคต ด้านราคาหุ้นพุ่งรับข่าวเกือบ 10%
ตลาดหุ้นไทยและวงการกีฬาต้องฮือฮาอีกครั้ง หลังบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ในประเทศไทยได้สำเร็จ
กลายเป็นเจ้าของสิทธิ์ถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก ต่อเนื่องจากการคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเอฟเอ คัพ ระยะยาวก่อนหน้านี้
ดันราคาหุ้นวันนี้ ณ เวลา 15.00 น. อยู่ที่ 1.27 บาท เพิ่มขึ้น 0.11 บาท หรือพุ่งกว่า 9.48% จากราคาปิดวันก่อนหน้า ซึ่งดีลนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจครั้งใหญ่
Thairath Money พาย้อนรอยหนึ่งในผู้ให้บริการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รายใหญ่ของประเทศ สู่การเป็นผู้เล่นรายสำคัญในธุรกิจสื่อและคอนเทนต์กีฬาที่กำลังถูกจับตามอง
หากย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปีก่อน JAS คือหนึ่งในผู้นำตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านของไทยผ่านแบรนด์ 3BB โดยธุรกิจบรอดแบนด์เคยเป็นแหล่งรายได้หลักและเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2566 เมื่อ JAS ตัดสินใจขายหุ้นในบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB และหน่วยลงทุนในกองทุน JASIF ให้กับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ผู้ให้บริการเครือข่าย AIS มูลค่ารวมกว่า 32,420 ล้านบาท
ส่งผลให้บริษัทสูญเสียธุรกิจหลักที่สร้างรายได้มายาวนาน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ได้รับเงินสดก้อนใหญ่ และสามารถลดภาระหนี้สินลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดยโครงสร้างธุรกิจของ JAS ในปัจจุบัน รายได้หลักกว่า 75% มาจากธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน JTS ซึ่งดำเนินธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ คลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ขณะที่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตทีวีและสื่อคอนเทนต์กำลังถูกผลักดันให้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักใหม่ของกลุ่ม ผ่านบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ซึ่งได้ปรับภาพลักษณ์จากช่องภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศ สู่การเป็นสถานีกีฬาเต็มรูปแบบ ผ่าน MONO29 และแพลตฟอร์ม Monomax เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก
ช่วงปลายปี 2567 JAS สร้างความฮือฮาให้กับตลาดหุ้นไทยและวงการกีฬาด้วยการประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเอฟเอ คัพ เป็นเวลา 6 ฤดูกาล ครอบคลุมไทย ลาว และกัมพูชา ด้วยมูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท
และล่าสุดวันนี้ 11 มิถุนายน 2569 บริษัทเดินหน้าต่อยอดยุทธศาสตร์คอนเทนต์กีฬา ด้วยการประกาศเข้าทำข้อตกลงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup 2026 ในประเทศไทย เพียง 1 วันหลังการแข่งขันนัดแรกจะเริ่มต้นขึ้น
โดยวันนี้บริษัทจัดงานแถลงข่าวใหญ่ เวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อชี้แจงรายละเอียดในการคว้าสิทธิในการถ่ายทอดสดครบตลอดทัวร์นาเมนต์ 104 นัด ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม และการได้สิทธิในการถ่ายทอดบอลโลกปี 2030 ด้วย พร้อมรายละเอียดแพ็กเกจ และช่องทางรับชมสำหรับแฟนบอลชาวไทยอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ดี ณ เวลา 15.00 น. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ออกแถลงการณ์ ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เนื่องจากก่อนหน้านั้นบริษัทแจ้งเพียงว่าอยู่ระหว่างนำเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ และจะรายงานความคืบหน้าต่อตลาดหลักทรัพย์ต่อไป
ขณะที่จนถึงช่วงที่ ตลท. ออกแถลงการณ์ JAS ยังมิได้แจ้งมติคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว จึงขอให้ JAS ระมัดระวังการให้ข้อมูลสำคัญที่ยังมิได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อขายด้วย
หากดูงบการเงิน แม้ JAS จะได้รับเงินก้อนใหญ่จากการขาย 3BB แต่ผลประกอบการในช่วงหลังที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน อาจกำลังสะท้อนว่าแหล่งรายได้ใหม่ ยังไม่สามารถทดแทนรายได้จากธุรกิจบรอดแบนด์เดิมได้อย่างสมบูรณ์
โดยผลประกอบการย้อนหลัง JAS
และล่าสุดในไตรมาส 1/2569 JAS มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,527 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจสื่อและคอนเทนต์กีฬา ทั้งรายได้จากการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก การขยายฐานสมาชิก รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากการบริหารสิทธิถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกในประเทศเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ 726 ล้านบาท แม้จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ผลประกอบการยังได้รับแรงกดดันจากต้นทุนลิขสิทธิ์กีฬาและการลงทุนขยายธุรกิจคอนเทนต์ ขณะที่ฝ่ายบริหารระบุว่า บริษัทอยู่ในช่วงสร้างฐานผู้ใช้งานและต่อยอดรายได้จากพอร์ตคอนเทนต์กีฬา เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
หากมองย้อนกลับไปในรอบ 10 ปี JAS ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีความผันผวนสูงของตลาดทุนไทย โดยปลายปี 2559 ราคาหุ้นเคยพุ่งขึ้นแตะ 10 บาทต่อหุ้น จากกระแสการประมูลคลื่น 4G ก่อนที่บริษัทจะไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขได้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้รับผลกระทบอย่างหนัก
และทำให้ราคาหุ้นเข้าสู่แนวโน้มขาลงยาวนานหลายปี รวมถึงทำให้ชื่อของ JAS มักถูกนำมาพูดถึงควบคู่กับประเด็นความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลอยู่เสมอ
แม้ในช่วงหลังราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวในระดับต่ำกว่า 2 บาทต่อหุ้น แต่ทุกครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก หุ้น JAS มักได้รับความสนใจจากนักลงทุนทันที
ซึ่งหลังจากการประกาศเดินหน้าดีลคว้าลิขสิทธิ์บอลโลก ราคาหุ้น JAS วันนี้ ณ เวลา 15.00 น. อยู่ที่ 1.27 บาท เพิ่มขึ้น 0.11 บาท หรือ +9.48% จากราคาปิดวันก่อนหน้า
แต่ถ้าซูมออกมา ราคาหุ้นย้อนหลัง JAS ยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกให้นักลงทุนได้ (ณ ราคาปิดวันที่ 10 มิ.ย.69)
อย่างไรก็ตาม การคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ JAS ในการรีแบรนด์ตัวเองจากบริษัทโทรคมนาคมสู่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมคอนเทนต์กีฬาอย่างเต็มตัว
ซึ่งเส้นทางดังกล่าวยังเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของบริษัท เพราะแม้ฟุตบอลโลกและพรีเมียร์ลีกจะช่วยดึงความสนใจจากคนไทยได้มหาศาล แต่ท้ายที่สุดแล้วตลาดทุนจะตัดสินความสำเร็จของ JAS จากตัวเลขสมาชิก รายได้ และกำไรที่เกิดขึ้นจริง
เดิมพันครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตได้หรือไม่…คงต้องติดตามกันต่อไป
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้