
ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยอาจจะดูมีอาการผันผวนกันสักหน่อย ซึ่งปัจจัยหลักๆ ในระยะสั้นมาจากกระแสข่าวใหญ่ฝั่งสหรัฐฯ ที่ยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX กำลังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
งานนี้เลยทำเอานักลงทุนทั่วโลกเตรียมโยกเงินหรือดึงเม็ดเงินจากตลาดอื่นๆ เพื่อเก็บกระสุนไปลุยหุ้นบิ๊กเนมตัวนี้ ตลาดบ้านเราก็เลยหนีไม่พ้นแรงกระเพื่อมนี้ไปด้วย
แต่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ออกมาให้ความมั่นใจว่า ตลาดหุ้นไทยรับแรงกระแทกได้ดีกว่าหลายๆ ประเทศ เพราะเราไม่ได้มีหุ้นเทคโนโลยีร้อนแรงที่เวลาลงจะดิ่งหนักๆ แต่มีความหลากหลายของกลุ่มอุตสาหกรรม แถมจากการไปโรดโชว์มา ต่างชาติเองก็ยังคงเชื่อมั่นในเสถียรภาพการบริหารจัดการของบ้านเราอยู่ไม่น้อย
อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า หากดู Performance ของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา ถือว่ามีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยไม่ได้มีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร้อนแรงเหมือนในต่างประเทศ
สำหรับภาพใหญ่ในระยะสั้น ตลาดอาจจะมีความผันผวนอยู่บ้าง เนื่องจากการเตรียมเข้าจดทะเบียน (IPO) ของบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดสหรัฐอเมริกา เช่น SpaceX ที่คาดว่าจะระดมทุนสูงถึง 75,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุน โดยนักลงทุนอาจมีการถอนเม็ดเงิน หรือทำกำไรจากการลงทุนในปัจจุบัน เพื่อเตรียมไปลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่เหล่านี้
อย่างไรก็ตาม จากการเดินสายพบปะนักลงทุนต่างประเทศ พบว่านักลงทุนยังคงมีความสนใจและเชื่อมั่นในความมั่นคงของตลาดทุนไทย รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการของประเทศ ท่ามกลางภาวะสงครามและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงน้อยกว่าภูมิภาค คือการมีความหลากหลาย (Diversification) ที่สูง แม้ไทยจะมีหุ้นขนาดใหญ่อย่างเดลต้า (DELTA) ที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูง
แต่เมื่อเทียบกับภาพรวม ตลาดหุ้นไทยยังมีหุ้นขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ทำให้นักลงทุนสามารถโยกย้ายเงินลงทุนไปยังกลุ่มพลังงาน กลุ่มท่องเที่ยว หรือกลุ่มสุขภาพได้ ซึ่งการไม่พึ่งพาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียว ทำให้ผลกระทบโดยรวมต่อตลาดน้อยลง
สำหรับความคืบหน้าโครงการบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนส่วนบุคคล หรือ TISA นั้น ขณะนี้ทางทีมกระทรวงการคลังกำลังศึกษาและหารือในรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง ว่าจะมีทรัพย์สินใดบ้างที่เข้าเกณฑ์ รวมถึงการพิจารณาวงเงินต่างๆ ซึ่งจะต้องประเมินควบคู่ไปกับภาพรวมของนโยบายการคลังในปัจจุบัน ทั้งนี้ คาดว่าอีกไม่นานจะมีความชัดเจนออกมา
นอกจากนี้ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) มีกำหนดการเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใน 11 มิถุนายนนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้มุมมองเกี่ยวกับสภาวะตลาดทุน และหารือถึงแนวทางความร่วมมือ
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้