
สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” มีเครื่องมือเด็ดที่จะมาช่วยนักลงทุนเลือกช็อปหุ้นปันผลเข้าพอร์ตได้ง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้นมาฝากกันค่ะ จากรายงาน SET Note ล่าสุด “Dividend Universe 2026” ที่ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพิ่งเผยแพร่ออกมา บอกได้เลยว่าจะเป็นตัวช่วยคัดกรองหุ้นปันผลชั้นดี ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯได้จัดทำการคัดเลือกนี้มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559
หลายคนคงมีคำถามว่า แล้วหุ้นในจักรวาลปันผลนี้เค้าคัดกันยังไง ขอบอกว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่จะติดลิสต์ในจักรวาลนี้ได้ ต้องผ่านเกณฑ์ที่เป็น 4 ด่านสำคัญ คือ 1.ผลประกอบการดีมีกำไร ต้องมีกำไรสุทธิต่อเนื่อง 2.มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก ซึ่งสะท้อนถึงสภาพคล่องและความอยู่รอดของกิจการ 3.จ่ายปันผลสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และ 4.ธรรมาภิบาลเด่น ต้องมีคะแนนบรรษัทภิบาล (CG Score) ตั้งแต่ระดับ “ดี” หรือ 3 ดาวขึ้นไป
แถมปีนี้เค้ายังเพิ่มเกณฑ์ให้เข้มขึ้นอีกคือจะไม่นำบริษัทที่มีประเด็นด้านธรรมาภิบาลที่มีนัยสำคัญ หรือพวกที่มีเครื่องหมายดอกจันตามหลังคะแนน CG มารวมด้วย เพื่อความโปร่งใสและปลอดภัยของนักลงทุน
ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เปิดเผยรายชื่อ กลุ่มหุ้น Dividend Universe 2026 จำนวน 3 ชุด ได้แก่ ชุดข้อมูล 3, 5 ปี และ 7 ปี เพื่อให้มีความสอดคล้องกับช่วงระยะเวลาในการลงทุนที่แตกต่างกันของนักลงทุน เมื่อลองซูมดู “ชุดข้อมูล 5 ปี” จะพบว่า มี บจ.สอบผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 160 บริษัท จากทั้งหมด 840 บริษัท แบ่งเป็น บจ.ใน SET 136 บริษัท และใน mai 24 บริษัท เพิ่มขึ้นจาก 150 บริษัท จากการคัดเลือกในปีก่อน
โดย บจ.ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ ผ่านเกณฑ์จำนวนมากที่สุด คือ 40 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และ บจ.ในตลาด mai เท่ากันที่ 24 บริษัท ตามมาด้วยกลุ่มทรัพยากรและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม เท่ากันที่ 18 บริษัท
เมื่อวัดจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังแล้ว พบว่าหุ้นปันผลในกลุ่มทรัพยากรมีค่าเฉลี่ยของอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 5 ปี สูงถึง 5.25% ตามมาติดๆด้วย กลุ่มธุรกิจการเงินที่ตัวเลข 5.06% ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนแซงหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่น
และยังพบว่า บจ.ในกลุ่มหุ้น Dividend Universe มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 4.46% เทียบกับตลาดที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยอยู่แค่ 2.97% หรือพวกหุ้นนอกจักรวาลปันผลที่มีตัวเลขแค่ 2.33% เห็นตัวเลขต่างกันชัดเจนขนาดนี้ ยิ่งย้ำว่าการคัดหุ้นผ่านเกณฑ์นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสที่นักลงทุนจะได้รับปันผลแบบเนื้อๆเน้นๆ ยิ่งไปกว่านั้น ใน 160 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์มีตั้ง 59 บริษัทที่มี Dividend Yield เฉลี่ยสูงเกิน 5% ต่อปี และถ้าไปดู Top 15 อันดับแรกที่จ่ายหนักจัดเต็มปันผล ตัวเลขพุ่งไปอยู่ในช่วง 7.06% ถึง 12.26% (เฉลี่ยสูงถึง 8.43%) เลยทีเดียว
แม้ว่า “Dividend Universe 2026” จะเป็นตัวช่วยชั้นยอด แต่อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง และอดีตไม่ได้การันตีอนาคต ก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อหุ้นตัวไหน ต้องเช็กปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ แนวโน้มธุรกิจในอนาคต ประกอบการตัดสินใจให้รอบด้านเพื่อที่จะได้หุ้นที่ตรงใจ ตอบโจทย์เป้าหมายการเงินที่วางไว้.
คุณนายพารวย
คลิกอ่านคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” เพิ่มเติม