
หลังจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด มหาชน ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นได้มีมติ 96.4% "ไม่อนุมัติ" ให้นำ 3 บริษัทย่อยสำคัญเข้าไปอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจการเงินของ Virtual Bank ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACMH) ในกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์
ประเด็นนี้ถือเป็นที่จับตาอย่างมากในแวดวงตลาดทุน เนื่องจาก 3 บริษัทย่อยที่ถูกกล่าวถึงนั้นไม่ใช่บริษัทเล็กๆ แต่ประกอบไปด้วย บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และเบอร์ใหญ่อย่าง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT
การที่ผู้ถือหุ้นส่งสัญญาณ "เบรก" โครงสร้างใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามกฎเกณฑ์ แต่เป็นการสะท้อนมุมมองด้านธรรมาภิบาลและการรักษามูลค่าของธุรกิจหลักอย่างมีนัยสำคัญ
ย้อนกลับไปทำความเข้าใจภาพรวมกันก่อน Virtual Bank หรือ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เป็นรูปแบบการให้บริการทางการเงินแนวใหม่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังผลักดัน เพื่อให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินเดิมสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ผ่านช่องทางดิจิทัล
โดยเครือ CP ถือเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงรายสำคัญที่หมายมั่นจะคว้าใบอนุญาตนี้ อย่างไรก็ดี กฎเกณฑ์ของ ธปท. ในการกำกับดูแล Virtual Bank นั้นมีความเข้มงวดมาก โดยเฉพาะเรื่องการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ เพื่อไม่ให้เกิดการเอื้อประโยชน์กันระหว่างธุรกิจในเครือ
ด้วยเหตุนี้ จึงมีแผนที่จะดึงเอาธุรกิจที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับการเงินและช่องทางค้าปลีกอย่าง เคาน์เตอร์เซอร์วิส (จุดรับชำระเงิน), ไทยสมาร์ทคาร์ด (ระบบบัตรและข้อมูล) และ CPAXT (ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกที่มีฐานลูกค้ามหาศาล) เข้าไปรวมภายใต้โครงสร้างของ Virtual Bank เพื่อสร้าง Synergy ด้านข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการวิเคราะห์สินเชื่อ
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ "ไม่อนุมัติในหลักการ" ให้นำ 3 บริษัทย่อย เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
เนื่องจากได้รับคะแนนเสียง "เห็นด้วย" ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (โดยไม่นับคะแนนเสียงของผู้มีส่วนได้เสีย
โดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมในวาระนี้มีจำนวนหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,015,397,440 หุ้น โดยแบ่งรายละเอียดการลงคะแนนได้ดังนี้
แม้ในมุมของการสร้าง Synergy จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในมุมของ "ผู้ถือหุ้น CPALL" และ "คณะกรรมการตรวจสอบ" กลับมองเห็นความเสี่ยง มติที่ออกมานั้นสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียและคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ได้แสดงความเห็น "ไม่เห็นด้วย" ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
บริษัทย่อยทั้ง 3 แห่งนี้ เปรียบเสมือนฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนผลกำไรให้ CPALL ข้อมูลในปี 2568 ระบุว่าทั้ง 3 บริษัทสร้างกำไรให้ CPALL รวมกันราว 6.8 พันล้านบาท แบ่งเป็นรับรู้กำไรจาก CPAXT ราว 5.6 พันล้านบาท และ Counter Service กับ Thai Smart Card รวมกันราว 1.2 พันล้านบาท
หากบริษัทเหล่านี้ต้องถูกจัดโครงสร้างใหม่ไปอยู่ใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดแบบธนาคารพาณิชย์โดย ธปท. อาจส่งผลให้ความคล่องตัวในการทำธุรกิจลดลง และอาจกระทบต่อ Ecosystem ของธุรกิจ CPALL โดยตรง
การที่ผู้ถือหุ้นโหวตไม่ให้ทั้ง 3 บริษัทย่อยไปรวมในกลุ่ม Virtual bank ถือเป็นปัจจัยบวกต่อ CPALL มุมมองจาก ฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า เมื่อการดำเนินงานของ CPALL ไม่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทก็จะยังรับรู้ผลประกอบการของทั้ง 3 บริษัทย่อยตามปกติ
ทั้งนี้ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น CPALL ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป และยังคงประมาณการกำไรสำหรับปี 2569 ของ CPALL ไว้ตามเดิมที่ราว 3.3 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 16% จากปีก่อน และคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 59.00 บาท พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ"
เนื่องจากคาดว่า CPALL จะเป็นหุ้นที่มีกำไรในไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่งสุดในกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ราคาหุ้นในปัจจุบันยังมองว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับเพื่อนในกลุ่มอย่าง CRC และ CPAXT โดยปัจจุบันหุ้น CPALL ซื้อขายด้วย P/E ปี 2569 เพียง 13 เท่า และคาด CPALL จะมีการเติบโตของกําไรในปี 2569 ที่โตดีสุด
มติครั้งประวัติศาสตร์นี้ อาจไม่ได้แปลว่าเส้นทาง Virtual Bank ของเครือ CP จะต้องสะดุดหรือหยุดลง กลุ่ม CP ยังคงมีฐานข้อมูลทางการเงินอื่นๆ ในเครือที่สามารถนำมาปรับใช้ตามแนวทางของ ธปท. ได้ เพียงแต่ต้องหาวิธีการอื่นที่ไม่ดึงโครงสร้างหลักของ CPALL ออกไป
ตลาดกำลังจับตามองก้าวต่อไปว่า CPALL และเครือ CP จะใช้กลยุทธ์ใดในการเดินหน้าธุรกิจการเงิน พร้อมๆ ไปกับการรักษาสมดุลระหว่าง "การคว้าโอกาสการเติบโตใหม่" กับ "การรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นและธรรมาภิบาล" อย่างยั่งยืน
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้