
ก.ล.ต. และ TFEX หนุนขยายทางเลือกลงทุนในตลาดทุนไทยมอง “คริปโต” เป็นสินทรัพย์ช่วยกระจายพอร์ตพร้อมดัน Crypto Futures หวังเปิดทางรายย่อยลงทุนได้มากขึ้น คาดเห็นความชัดเจนภายใน Q3/69
ก.ล.ต. ส่งสัญญาณเดินหน้าขยายทางเลือกการลงทุนในตลาดทุนไทย โดยมอง “คริปโตเคอร์เรนซี” เป็นสินทรัพย์ที่สามารถเข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนได้ พร้อมหนุนการพัฒนาเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่าง Crypto Futures และเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์ลงทุนรูปแบบใหม่เข้าถึงนักลงทุนได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ TFEX เร่งศึกษาโมเดลจากต่างประเทศและออกแบบสัญญาให้เหมาะกับบริบทไทย หวังเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดอนุพันธ์คริปโตได้มากขึ้น พร้อมเปิดตัว “Mini Gold Online Futures” เจาะฐานนักลงทุนทองคำรายย่อย
พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ให้มุมมองว่า ทาง ก.ล.ต. มองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหนึ่งในประเภทสินทรัพย์ (Asset Class) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานอยู่แล้ว โดยหากมองในแง่ของการลงทุน การมีคริปโตฯ ผสมอยู่จะช่วยสร้างประโยชน์ในเรื่องของการกระจายความเสี่ยง (Diversification) และรองรับการเติบโตให้กับผู้ลงทุนได้
นอกจากนี้ เมื่อนักลงทุนสามารถเก็งกำไรในฝั่งของสินทรัพย์คริปโตฯ ได้ ก็ควรจะมีเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงควบคู่กันไปได้ด้วย ดังนั้น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่าง Crypto Futures จึงเข้ามาตอบโจทย์สำคัญในเรื่องของการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน
พร้อมยังเน้นย้ำถึงมิติของการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ในตลาดทุนด้วยว่า ที่ผ่านมาการลงทุนในคริปโตฯ นักลงทุนจะต้องไปเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะทำได้อย่างสะดวกและยังมีความกังวลด้านความปลอดภัย
การมีทางเลือกอย่าง Crypto Futures หรือแม้กระทั่ง Crypto ETF จึงเป็นช่องทางใหม่ที่เข้ามาปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้ ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์รูปแบบใหม่ได้ง่ายขึ้น ภายใต้ระบบที่เป็นมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คาดว่าจะสามารถมีความชัดเจนได้ภายในไตรมาสที่ 3/69 เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับวงการตลาดทุนไทย
ด้าน ตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้ทำการบ้านอย่างหนักร่วมกับทาง ก.ล.ต. และผู้ร่วมตลาด โดยอยู่ระหว่างการศึกษาโมเดลจากต่างประเทศอย่างละเอียด ทั้งในรูปแบบของตลาด ETF และตลาด Futures เพื่อดูว่าลักษณะสัญญาแบบใดที่จะสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้
โจทย์ท้าทายสำคัญที่ TFEX กำลังพิจารณาคือ "การเข้าถึงของนักลงทุน" เนื่องจากหากพิจารณาโมเดลในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ตลาดคริปโตฟิวเจอร์สมักจะจำกัดสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth)
แต่สำหรับตลาดไทยนั้น TFEX มีความตั้งใจที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเปิดกว้างให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายได้ด้วย จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดของสัญญาให้เหมาะสมกับบริบทของนักลงทุนไทยมากขึ้น
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ขณะนี้ในฝั่งของกฎหมายถือว่ามีความชัดเจนแล้วหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียว พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้คริปโตฯ เป็นสินค้าอ้างอิงได้ ขั้นตอนที่เหลือจึงเป็นการเตรียมความพร้อมของระบบภายในและกำหนดรายละเอียดของตัวสัญญา
ซึ่งทาง TFEX กำลังเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อศึกษาว่าผลิตภัณฑ์การลงทุนดังกล่าวจะออกมาในลักษณะใด โดยคาดหวังว่าจะสามารถเตรียมความพร้อมและผลักดันออกได้ภายในเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาดทุนไทย
ตรีวิทย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตลาด TFEX มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 400,000 สัญญาต่อวัน ซึ่งเดิมทีทางตลาดมีสินค้าหลักอย่าง Gold Online Futures ให้บริการอยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นการตอบโจทย์และขยายฐานผู้ลงทุนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ล่าสุดในวันนี้ TFEX จึงได้เปิดตัวสินค้าใหม่ "Mini Gold Online Futures" เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนทองคำได้ง่ายขึ้น ใช้เงินวางหลักประกันน้อยลง มีความสะดวก และมั่นใจได้ถึงสภาพคล่องในการซื้อขายที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี
โดย 1 สัญญาจะมีขนาดเท่ากับ 1 ทรอยออนซ์ (เทียบเท่าทองคำไทยประมาณ 2 บาท) ซึ่งยังคงคุณสมบัติต่างๆ ไว้ครบถ้วน พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งผู้ดูแลสภาพคล่องเพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนจะสามารถเข้ามาซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดทั้งนักลงทุนหน้าใหม่ที่อยากกระจายการลงทุนมาสู่ทองคำ รวมถึงนักลงทุนที่เคยซื้อขายทองคำแท่งอยู่แล้วให้เข้ามาทดลองใช้เครื่องมือฟิวเจอร์สได้ง่ายขึ้น
สำหรับเป้าหมายของตลาด TFEX นั้น ความหวังให้นักลงทุนเข้ามาเปิดบัญชีเพิ่มขึ้นเป็น 10-20% จากฐานบัญชีซื้อขายหุ้นไทยทั้งหมดราว 4.3 ล้านราย (ไม่นับซ้ำ) จากปัจจุบันที่ยังมีสัดส่วนไม่ถึง 10% พร้อมทั้งคาดหวังให้ปริมาณซื้อขายสัญญาเฉลี่ยต่อวันเติบโตขึ้น 10-20%
อย่างไรก็ดี TFEX ยังมีช่องว่างคือปัญหาด้าน "ความเข้าใจ" นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่มักมีภาพจำและมองว่าตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เข้าใจยาก และเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่สูงเกินไป ทำให้ผู้คนไม่กล้าเปิดใจก้าวเข้ามาสู่สนามการลงทุนนี้
อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกถึงแก่นแท้ของการลงทุนแล้ว ความเสี่ยงของการเทรดในตลาดฟิวเจอร์สนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้มีความแตกต่างจากการเข้าไปซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิงจริงเลย
กุญแจสำคัญของการบริหารความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ตัวชื่อของตลาด แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจ "มูลค่าของสัญญา" ว่าสุดท้ายแล้วนักลงทุนมีความต้องการที่จะลงทุนด้วยเม็ดเงินจริงจำนวนเท่าไหร่
ดังนั้น ทางออกเพื่อก้าวข้ามความท้าทายนี้จึงต้องเริ่มต้นที่จุดพื้นฐานที่สุด นั่นคือการให้นักลงทุน "รู้จักและเข้าใจตัวเอง" ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อประเมินว่าตนเองมีความพร้อมต่อการเข้าทำสัญญาและรับมือกับมูลค่าประมาณไหนได้บ้าง รวมถึงการ "เข้าใจตัวสินค้า" ด้วย
ซึ่งเมื่อนักลงทุนสามารถปลดล็อกความเข้าใจพื้นฐานทั้งสองส่วนนี้ได้แล้ว การลงทุนใน TFEX ก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป โดยปัจจุบันทางตลาดหลักทรัพย์ฯ เองก็มีแหล่งข้อมูลให้ศึกษาอย่างครบถ้วน เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้