
จีนคุมเข้มบริษัทจดทะเบียนและกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังราคาพุ่งแรง จี้ชี้แจงความเชื่อมโยงธุรกิจ วิธีประเมินมูลค่า และแผนรับความเสี่ยง ท่ามกลางกังวลราคาหุ้นอาจนำหน้าปัจจัยพื้นฐาน
แม้กระแสการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังเป็นหนึ่งในธีมที่ร้อนแรงที่สุดของตลาดโลกในปีนี้ แต่การปรับขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาหุ้นหลายตัวก็เริ่มสร้างคำถามต่อความสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ
โดยเฉพาะในจีนที่แรงเก็งกำไรได้ขยายวงกว้างไปยังบริษัทที่ไม่มีแม้แต่ความเชื่อมโยงกับ AI อย่างชัดเจน ท่ามกลางความกังวลว่าการประเมินมูลค่าที่พุ่งขึ้นอาจนำหน้าความสามารถในการสร้างผลประกอบการจริง
จากการรวบรวมข้อมูลของ Thairath Money พบว่า แม้ภาพรวมตลาดหุ้นจีนในระยะสั้นจะยังเคลื่อนไหวทั้งลบและบวก ทั้งดัชนี SSE Composite Index ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และ SZSE Component Index ซึ่งเป็นตัวแทนหุ้นในตลาดเซินเจิ้น
แต่กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีกลับปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ สะท้อนผ่านผลตอบแทนของดัชนีที่เกี่ยวข้องกับหุ้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งให้ผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีตลาดโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569
ดัชนี Shanghai Shenzhen CSI 300 (CSI300) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ และรวมหุ้นขนาดใหญ่ 300 บริษัทจากตลาดเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น
อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่โดดเด่นที่สุดคือ SSE Star 50 (STAR50) ซึ่งรวมหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของตลาด STAR Market กระดานหุ้นจีนน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้
สะท้อนแรงเก็งกำไรและความคาดหวังของนักลงทุนต่อธีม AI ที่ยังคงหนุนราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่าหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเริ่มเข้ามาตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนและกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าการประเมินมูลค่าในบางส่วนของตลาดอาจปรับขึ้นเร็วกว่าพื้นฐานธุรกิจจริง
Bloomberg รายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนกำลังจับตาความร้อนแรงของตลาดหุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากกระแส AI โดยได้ขอให้บริษัทจดทะเบียนและกองทุนบางแห่ง ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจและแนวทางการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังเกิดความกังวลว่าราคาหุ้นบางส่วนอาจปรับตัวขึ้นเร็วกว่าปัจจัยพื้นฐาน
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นได้ส่งคำถามไปยังบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง เพื่อให้ชี้แจงว่าธุรกิจหลักมีความเชื่อมโยงกับ AI อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ รวมถึงประเมินว่าการเปิดเผยข้อมูลต่อนักลงทุนมีความชัดเจนเพียงพอแล้วหรือยัง
ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลยังได้สอบถามผู้จัดการกองทุน ETF และกองทุนที่มีสัดส่วนลงทุนสูงในกลุ่ม AI ให้เปิดเผยแนวทางการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ (Valuation Methodology) และเหตุผลในการถือครองสินทรัพย์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามถึงมาตรการบริหารความเสี่ยงจากภาวะที่มูลค่าหุ้นปรับขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของผลประกอบการจริง ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อช่องว่างระหว่างราคาและปัจจัยพื้นฐานที่ขยายตัวมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนความกังวลของรัฐบาลจีนต่อกระแสการลงทุนใน AI ซึ่งมีส่วนผลักดันให้ดัชนีหุ้นเทคโนโลยี Star 50 Index ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนพฤษภาคมนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะร้อนแรงเกินไป (Overheating) และมีหุ้นบางตัวปรับขึ้นทั้งที่ไม่ได้มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI อย่างชัดเจน
ด้านสื่อทางการจีน Economic Information Daily ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักข่าวซินหัว ได้ออกบทความเตือนถึง “ความเสี่ยงแฝง” จากการลงทุนใน AI โดยระบุว่าราคาหุ้นหลายบริษัทปรับตัวขึ้นในระดับสูง ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการยังมีความไม่แน่นอน
โดยตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม มีบริษัทจดทะเบียนในจีนและฮ่องกงมากกว่า 20 แห่งออกแถลงการณ์ชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับ AI และธุรกิจประมวลผล เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจระดับการพึ่งพารายได้และแผนการเติบโตจากเทคโนโลยีดังกล่าว
หนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจคือ Wei Long Grape Wine Co. ผู้ผลิตไวน์ของจีน ซึ่งราคาหุ้นเคยปรับขึ้นเกือบ 100% ภายในเวลา 7 วันทำการ ก่อนที่บริษัทจะออกมาปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการได้รับแรงหนุนจากสินทรัพย์ด้านกำลังประมวลผล (Computing Power Assets Injection) ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแตะฟลอร์ของวันที่ 10%
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด และมักส่งสัญญาณเพื่อลดความร้อนแรงหรือกระตุ้นความเชื่อมั่น หากเห็นว่าราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งมากเกินไป
ขณะที่ในเดือนพฤษภาคมนี้ สัญญาณการรับความเสี่ยง (Risk Appetite) ของนักลงทุนจีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมูลค่าการซื้อขาย การใช้มาร์จิ้น และระดับการประเมินมูลค่าหุ้น ต่างปรับขึ้นสู่ระดับสูง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้