
ตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 2568 อาจเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนต้องหาวิธีกระจายพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง ดังนั้น Depositary Receipt หรือ DR เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นต่างประเทศและกองทุน ETF ระดับโลกผ่านตลาดหุ้นไทยโดยตรง
ทั้งนี้ การลงทุนใน DR เป็นวิธีที่สะดวกในการเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศโดยไม่ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่ อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ยิ่งในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยมีความไม่แน่นอน การถือสินทรัพย์หลากหลายประเภทจากหลายภูมิภาคสามารถช่วยลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรด้วย
นับตั้งแต่ต้นปี 2568 มีการออก DR ใหม่ จำนวน 15 หลักทรัพย์ ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท ตั้งแต่หุ้นเทคโนโลยี หุ้นธนาคาร กองทุนน้ำมัน กองทุนทองคำ ไปจนถึงตลาดเกิดใหม่อย่างเวียดนามและอินเดีย ซึ่งมีรายละเอียดแต่ละหลักทรัพย์ ดังนี้
นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทยยังออก DRx จำนวน 1 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก คือ LLY80X อ้างอิงหุ้น Eli Lilly and Company บริษัทผู้ผลิตยาชั้นนำ มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนายาเฉพาะทางในกลุ่มโรคเบาหวานและโรคอ้วน เริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 11 มีนาคม 2568 เช่นกัน
ทั้งนี้ การลงทุนใน DR หรือ DRx มีข้อแตกต่างกับการลงทุนหุ้นต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญคือ เรื่องภาษี เพราะการลงทุนใน DR หรือ DRx นักลงทุนได้รับการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ หรือจากการขายหุ้น ขณะที่การลงทุนหุ้นต่างประเทศ หากนำกำไรโอนกลับในปีเดียวกันกับปีที่ลงทุน นักลงทุนจะต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย
อ่านข่าวหุ้นและการลงทุนกับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney