
แม้ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ราคาหุ้นอยู่ในโซนที่มี Valuation ถูก แต่หากมองไปข้างหน้าแล้ว นักวิเคราะห์หลายค่ายมองว่า หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวกใหม่ ๆ ทำให้มีโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวลดลงมีมากกว่าปรับตัวขึ้น ดังนั้น การลดความเสี่ยงด้วยการไม่เพิ่มพอร์ตลงทุน หรือถือเงินสดไว้ จึงเป็นกลยุทธ์ลงทุนที่สำคัญในช่วงนี้
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวัดกันที่กรอบ 1,380-1,390 จุด หาก break กรอบด้านใด จะเป็นตัวชี้ทิศทางดัชนีฯ โดยเวลานี้ โอกาสลงยังมากกว่าขึ้น หากยังไม่มีข่าวเชิงบวกเข้ามา สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังเป็นลดความเสี่ยง และถือเงินสด หรือซื้อเก็งกำไร (trading) ช่วงสั้น ๆ
ตัวแปรสำคัญของตลาด ผ่านไป 2 ตัว คือประชุม กนง. และเฟด มีโอกาสที่ราคาหุ้นที่ถูกขายหนักโดยนักลงทุนต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม หุ้นที่น่าเข้าเก็งกำไร เราเลือก BH, BDMS ที่มีปัจจัยหนุนคือผลการดำเนินงานค่อนข้างดี ส่วนหุ้นโรงไฟฟ้า ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายด้านพลังงาน และอัตราค่าไฟ การลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ จึงต้องพิจารณาเป็นตัว ๆ ไป
ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า วันนี้ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลงในกรอบ 1,385-1,400 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุน ยังคงไม่เพิ่มพอร์ตการลงทุนเช่นเดิม เพราะยังไม่เห็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงแม้ว่า Valuation จะถูกก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูงแนะนำเพียงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ BBL, KBANK, KTB และ SCB ปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยปรับลงน้อย รวมไปถึงกลุ่มส่งออกอย่าง ITC และ TU ปัจจัยหนุนเงินบาทอ่อนค่า
อ่านข่าวหุ้นและการลงทุนกับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney