
ตลาดทุนไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินโลกสู่ยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีอย่าง AI, Tokenization และสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังต้องเร่งแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง ทั้งสังคมสูงวัยและข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SME เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำลังเร่งยกระดับบทบาทของตลาดทุนไทยให้เป็นมากกว่ากลไกการลงทุน โดยมุ่งเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งทุน ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนวัตกรรมทางการเงินแห่งอนาคต
ตั้งแต่การนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบหลักทรัพย์ดิจิทัลที่อาจเปิดทางให้ตลาดหุ้นไทยสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันในอนาคต
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เปิดเผยกับ Thairath Money ถึงทิศทางและแนวทางการพัฒนาตลาดทุนไทยจากการเข้าร่วมประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า โลกการเงินกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว และตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อรองรับนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ทั้งการส่งเสริมภาคธุรกิจและการยกระดับระบบการชำระราคาหลักทรัพย์ในอนาคต
จากการเข้าร่วมรับฟังการถอดบทเรียนของประเทศไทยและนานาประเทศในงานประชุม มองว่าแม้ประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งด้านสถาบันการเงิน ตลาดเงิน และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ได้อย่างต่อเนื่อง
แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากโครงสร้างสังคมสูงวัย รวมถึงอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของภาค SME ดังนั้น ตลาดทุนไทยจึงมุ่งเน้นการเข้ามาช่วยเหลือภาคธุรกิจ และมุ่งเน้นการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ New Economy และอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถเข้าถึงช่องทางการระดมทุนในตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ จากข้อมูลพบว่ายังมี SME ประมาณ 30% ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ตลท. จึงเตรียมแนวทางร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ SME เหล่านี้เข้ามาทำงานร่วมกับบริษัทจดทะเบียนในฐานะ Supply Chain
เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยยกระดับทักษะแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งของ SME และบริษัทจดทะเบียน
ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 จะช่วยยกระดับประเทศสู่เวทีโลก จึงเป็นโอกาสสำคัญให้นักลงทุนไทยติดตามข้อมูลเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ประธานบอร์ด ตลท. เปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันธนาคารกลางต่างประเทศและหน่วยงานกลางระดับโลก พบว่าระบบการเงินโลกกำลังเร่งศึกษาเรื่อง Tokenization การใช้ Stablecoin และการชำระเงินระหว่างประเทศแบบดิจิทัล
ซึ่งคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในระบบการชำระเงินและการจัดการหลักประกันภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
ในส่วนของประเทศไทย ตลท. มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานผ่าน Settrade ที่สามารถพัฒนาเป็นตัวกลางในการรองรับระบบการชำระราคาและส่งมอบ ซึ่งการยกระดับสู่ยุคดิจิทัล ตลท. กำลังผลักดันแนวทางต่างๆ เช่น การยกเลิกใบหุ้นเพื่อปรับเข้าสู่ระบบดิจิทัลทั้งหมด รวมถึงการศึกษาการแบ่งสัดส่วนหุ้นเป็นหน่วยย่อย (Stock Fragmentation)
ส่วนประเด็นการขยายเวลาทำการซื้อขายไปสู่ระบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน นั้น ประธานกรรมการ ตลท. ประเมินว่า ในระยะแรก ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์จาก T+2 ไปสู่ T+1 ให้สำเร็จก่อนในเร็วๆ นี้
ส่วนการซื้อขายแบบ 24/7 อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ถือเป็นเป้าหมายในอนาคต และมีความเป็นไปได้เมื่อหลักทรัพย์เปลี่ยนผ่านเป็น Digital Asset และระบบการเงินเชื่อมโยงกันทั่วโลก
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney