Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
EXOTIC FOOD ขายซอสอะไร กำไรโต 173% และทำไมเลือกส่งออก 99.99%

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

EXOTIC FOOD ขายซอสอะไร กำไรโต 173% และทำไมเลือกส่งออก 99.99%

Date Time: 17 มิ.ย. 2567 17:14 น.

Video

AI ฉลาดขึ้น เปลี่ยนโลกการเงินการลงทุนอย่างไร? | Digital Frontiers

Summary

  • EXOTIC FOOD ผู้ส่งออกซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม ลงทุนใช้เทคโนโลยี RISE with SAP เพิ่มประสิทธิภาพงาน ผลักดันธุรกิจเติบโตขึ้น 173% ปักธงสู่การเป็น intelligence enterprise

Latest


EXOTIC FOOD ผู้ส่งออกซอสไทยไปต่างแดน กว่า 99.99% ของซอสที่ผลิต โดยซอสที่มีการผลิตในประเทศไทยจะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะทวีปยุโรป ที่มีการส่งไปให้เกินครึ่งของจำนวนที่ผลิต นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จักเพราะสินค้าของ EXOTIC FOOD อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมายอดขายทั่วโลกเติบโตกว่า 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทางบริษัทได้ตัดสินใจใช้ RISE with SAP บน AWS ในเดือนมกราคม 2566 เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าการดำเนินธุรกิจทำให้บริษัทสามารถเติบโตและมีนวัตกรรมที่ทันสมัย มุ่งสู่การเป็น intelligence enterprise อย่างแท้จริง

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2542 ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ซอสพริก น้ำจิ้มไก่ กะทิ เครื่องแกง รวมไปถึงอาหารสำเร็จรูป เช่น ข้าวแกงเขียวหวาน ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ผลไม้กระป๋อง และอื่นๆ อีกมากมาย ภายใต้หลายแบรนด์อย่าง EXOTIC FOOD, THAI PRIDE และ FLYING GOOSE

ในปี 2542 ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในต่างประเทศแทบไม่มีซอสปรุงรสอาหารไทยให้เลือกมากนัก หรือถึงมีก็มีอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้น 

ปัญหานี้ ทำให้ วาสนา จันทรัช ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO และผู้ก่อตั้งบริษัท EXOTIC FOOD อยากสร้างแบรนด์เครื่องปรุงไทย ที่นำออกไปขายต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยในต่างแดน รวมถึงชาวต่างชาติมีตัวเลือกมากขึ้น

จิตติพร เริ่มต้นธุรกิจจากการจ้างโรงงานอื่นผลิตสินค้าเพื่อส่งออกต่างประเทศ แล้วได้กระแสตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติส่งผลให้ยอดขายมากขึ้น สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจสร้างโรงงานเป็นของตัวเอง

โดยในปี 2567 บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO มีส่วนแบ่งยอดขายดังนี้


- ซอสปรุงรส และน้ำจิ้มต่างๆ 87.5%
- เครื่องปรุงแกง และเครื่องประกอบอาหาร 8.7%
- อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ 0.6%
- อื่นๆ 3.2%

จากสถานะการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้คนอยู่บ้านและมีการทำอาหารกันมากขึ้น ยอดขายของซอสก็เพิ่มขึ้น จนทำให้ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ใช้ในการวางแผนจัดการห่วงโซ่อุปทานขององค์กรทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้การผลิต การขาย หรือการทำธุรกรรมต่างๆ ล่าช้า 

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ บริษัทจึงได้เปลี่ยนมาใช้ RISE with SAP ในเดือนมกราคม 2566 ซึ่งช่วยปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน และสามารถดูข้อมูลธุรกิจแบบเรียลไทม์ได้อย่างเสถียร จากงานตรวจสอบย้อนหลังต่างๆ ที่เคยใช้เวลา 4 ชั่วโมง ปัจจุบันใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น และยังทำให้เวลาที่ใช้ในการตรวจนับสต๊อกลดลงจาก 2 วันเหลือเพียงครึ่งวันโดยเฉลี่ย

นอกจากนี้ การใช้ SAP S/4HANA Cloud มีส่วนช่วยให้ เอ็กโซติค ฟู้ด ลดภาระงาน และช่วยให้สามารถปิดบัญชีสิ้นเดือนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงกระบวนการด้านการเงิน โดยก่อนหน้านี้ กระบวนการนี้ค่อนข้างใช้เวลานาน เนื่องจากต้องตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลต้นฉบับซ้ำๆ หลายครั้ง การบันทึกและการตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ ด้วยการใช้ระบบ SAP S/4HANA Cloud จึงทำให้สามารถการจัดทำรายงานทางการเงินได้ในเวลาที่สั้นลง และมีข้อผิดพลาดน้อยลง ทำให้กระบวนการการทำงานโดยรวมมีความรวดเร็วขึ้นมาก ซึ่งระยะเวลาที่ต้องใช้ในการปิดบัญชีรายเดือนลดลงจาก 18 วัน เหลือเพียง 8 วันเท่านั้น

การตัดสินใจในครั้งนี้ส่งผลให้ยอดขายบริษัทเติบโตเป็น 2,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งยังทำให้อัตราการลาออกของพนักงานต่ำลงเหลือเพียง 3% เท่านั้น จากแต่ก่อนที่เคยสูงสุดถึง 50% 

โดยในปัจจุบันปริมาณการผลิตอยู่ที่ประมาณ 60 ตันต่อวัน สินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Sriracha Original, Sriracha Mayo, Sweet Chili Sauce และวัตถุดิบหลักที่ใช้คือ พริกใหญ่พันธุ์ซีอาน, แม่ปิง และหยกมณี, พริกเล็กพันธุ์ Super hot รวมไปถึงกระเทียมแห้งด้วย 

เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ที่จะต้อง “เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้ ผู้บริโภคเมื่อนึกถึงอาหารไทย” บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO จึงต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ หาวิธีและหนทางที่ดีที่สุด เพื่อที่ขยายตลาดให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นอีกต่อไป

ทั้งนี้ ตามรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2567 ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO  มีรายได้จากยอดขายสินค้า 709.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 80% และมีกำไรสุทธิ 263.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 173% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น (ไตรมาส 1/2567 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 356.09 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 103%) 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์