Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
OR จะไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน สัดส่วน EBITDA นอนออยล์ เพิ่มขึ้นไม่หยุด

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

OR จะไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน สัดส่วน EBITDA นอนออยล์ เพิ่มขึ้นไม่หยุด

Date Time: 16 มิ.ย. 2567 07:00 น.

Video

Dime! ยียวนกวนแบบเพื่อน แนะนำการเงินอย่างมืออาชีพ | Money Issue

Summary

  • ผ่าโอกาสหุ้น OR หลังกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ ที่นอกเหนือจากการให้บริการน้ำมัน (Non-oil) เติบโตอย่างโดดเด่น

Latest


ผ่าโอกาส บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น OR หลังกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ ที่นอกเหนือจากการให้บริการน้ำมัน (Non-oil) เติบโตอย่างน่าสนใจตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากการขยายร้านสาขาต่างๆ ในสถานี “PTT Station” และลงทุนธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม รวมถึงการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง


นอกเหนือจากกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ผู้บริหารได้ให้ความสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยได้เปลี่ยนพื้นที่ในสถานีบริการให้ตอบสนองพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และขยายบริการอาหารและเครื่องดื่ม


OR เริ่มต้นจากการขยาย “Cafe Amazon” และ “Texas Chicken” ซึ่งต่อมามุ่งเน้นการลงทุนในแบรนด์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น “โอ้กะจู๋” และ “พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม อย่างบริการร้านสะดวกซัก Otteri และการลงทุนในสตาร์ทอัพต่างๆ และสิ่งนี้กำลังได้ผล 


หากดูจากงบการเงิน จะพบว่าสัดส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากสิ้นปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ 20.6% ต่อมาปี 2565 มีสัดส่วนอยู่ที่ 25.5% และปี 2566 มีสัดส่วนถึง 26.8%


ล่าสุด OR ประกาศผลงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 3,723 ล้านบาท ส่วนกำไร EBITDA รวมอยู่ที่ 6,173 ล้านบาท โดยพบว่ากลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์มีกำไร EBITDA เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 23.5% อยู่ที่ 1,592 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้นทั้ง ธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกอื่น


โดยกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ มีเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม มีทั้งหมด 4,447 สาขา (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567) แบ่งเป็น

  • ร้าน Cafe Amazon ในประเทศไทย 4,196 สาขา
  • ร้าน Cafe Amazonในต่างประเทศ 25 สาขา
  • ร้านเท็กซัส ชิคเก้น มีเครือข่าย 101 สาขา
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นมีเครือข่าย 125 สาขา (เพิร์ลลี่ที และ Pacamara Coffee Roasters)
  • ร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ 7-Eleven และจิฟฟี่ ในประเทศไทย 2,241 สาขา

นอกจากนี้ OR เป็นผู้ถือหุ้น 20% ของ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) (OKJ) หรือ โอ้กะจู๋ ซึ่งกำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยได้ยื่นไฟลิ่ง ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุมัติการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า  แนวโน้มของภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 2/67 และในปี 2567 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง หนุนโดยอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และการขยายธุรกิจนอกจากการขยายธุรกิจในไทย แล้ว OR ยังคงมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในกัมพูชา, ลาว, ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง


ขณะเดียวกัน บริษัทพร้อมจะขยายธุรกิจ Lifestyle อย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายการขยายสาขา PTT Station 100 แห่ง และ Cafe’ Amazon ประมาณ 300 สาขาในปีนี้


สำหรับ Cafe’ Amazon บริษัทมีแผนสร้างธุรกิจครบวงจรทั้งต้นน้ำ (กระจายแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟ), กลางน้ำ (โรงคั่วเมล็ดกาแฟ, โรงงานผสมผงเครื่องดื่ม, โรงงานเบเกอรี่, โรงงานผลิตแก้ว), และปลายน้ำ (ขยายสาขาและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร


นอกจากนั้น ส่วนของธุรกิจ Health & Wellness จะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 2/67 ถึงไตรมาส 3/67 บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีสถานะเป็น net cash/equity และมีเงินสดในมือ (รวมเงินลงทุนระยะสั้น) 4.3 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/67 จึงมีความพร้อมสำหรับการลงทุนตามแผน


อย่างไรก็ดี คาดการณ์การเติบโตของกำไรในปี 2567 น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ต่อไป นอกจากนี้ ยังมีอัพไซต์ต่อประมาณการกำไรของเรา จากการลงทุนใหม่ๆ เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 22 บาท

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์