
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด CPALL ปิด 56.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, BDMS ปิด 29.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, PTT ปิด 34 บาท บวก 0.25 บาท, ADVANC 210 บาท ลบ 1 บาท, PTTEP ปิด 147.50 บาท ลบ 1.50 บาท
หุ้นไทยปิดทรงตัว นักลงทุนรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดไว้ที่ +0.4% MoM และ +3.1% YoY โดยหุ้นกลุ่ม ICT และหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวยังปรับขึ้นได้ ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศ ล่าสุด กกต.มีมติเอกฉันท์ส่งศาล รธน.ยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ปมแก้ ม.112
บล.ทิสโก้ ระบุว่า เมื่อศาล รธน.รับเรื่องยุบพรรคคาดจะใช้เวลาพิจารณาราว 1-2 เดือน หากมีคำสั่งยุบพรรค สส.จะสามารถย้ายเข้าพรรคใหม่ได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ยุบพรรค
ขณะที่มีมุมมองว่า แม้มตินี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย แต่น่าจะทำให้นักลงทุนกังวลกับปัจจัยการเมืองเพิ่มขึ้น หุ้นที่อิงอุปสงค์จากต่างประเทศน่าจะแข็งแกร่งกว่าตลาด เช่น กลุ่มท่องเที่ยว ชอบ BDMS, MINT, CENTEL และหุ้นได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยปรับลง GPSC, MTC, KTC
บล.เอเซียพลัส ประเมินตลาดสัปดาห์นี้ ไม่มีปัจจัยใหม่ที่มีน้ำหนักในการขับเคลื่อน SET INDEX มีเพียงการประกาศอัตราการว่างงานในสหรัฐฯที่ 3.9% ซึ่งสูงกว่าคาด (3.7%) ตอกย้ำความเชื่อเรื่องการปรับลดดอกเบี้ยเดือน มิ.ย.67 ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ.ในจีน ซึ่งอยู่ที่ 0.7% YOY และ 1% MoM สูงกว่าคาด แต่ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจสอดคล้องกับตัวเลขการค้าระหว่างประเทศที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตสูงกว่าคาด
ส่วนในประเทศ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจคือ การปรับราคาค่าไฟฟ้ารอบใหม่งวด พ.ค.-ส.ค.67 ซึ่งมีกรอบราคาช่วง 4.18-5.44 บาท/หน่วย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการชำระคืนต้นทุนคงค้างของ กฟผ. แนวทางดังกล่าวน่าจะสร้างกระแสเชิงบวกให้กับหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า
เชื่อว่าไม่น่าจะมีน้ำหนักในการกำหนดทิศทางตลาด คาด SET INDEX น่าจะเคลื่อนไหวตาม MOMENTUM เดิมช่วงที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ ซึ่งน่าจะทำให้ SET INDEX ยังไม่ผ่านแนวต้าน 1,398 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,380 จุด หุ้น TOP PICK เลือก BJC, BGRIM และ PTTGC!!
อินเด็กซ์ 51