จับตาหุ้นแบงก์ หลัง กนง. เสียงแตก เปิดโอกาสดอกเบี้ยขาลง คาดกำไรกลุ่มยังโต 3% “TTB-TISCO” เด่น

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

จับตาหุ้นแบงก์ หลัง กนง. เสียงแตก เปิดโอกาสดอกเบี้ยขาลง คาดกำไรกลุ่มยังโต 3% “TTB-TISCO” เด่น

Date Time: 8 ก.พ. 2567 11:08 น.

Video

CoreWeave คือใคร ? จากขุดคริปโตฯสู่ Data Center โมเดลธุรกิจที่ฉลาด จนโลกงง | Digital Frontiers EP.59

Summary

หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นที่น่าจับตา หลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี โดย 2 เสียง เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ซึ่งอาจนำมาสู่โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งถัดไปหรือไม่

Latest


หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นที่น่าจับตา หลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี โดย 2 เสียง เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ซึ่งอาจนำมาสู่โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งถัดไปหรือไม่


จุดเริ่มต้นวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อมติกนง. วานนี้ เพราะคงดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่การเสียงแตกของ กนง. มองว่าเป็นสัญญาณของจุดเริ่มต้นวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่น่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางปี 2567 หรือหลังหัวขบวนอย่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับเปลี่ยนมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบาย


โดยทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยปี 2567-2569 หากมีการปรับทิศ ฝ่ายวิจัยมีความเห็นว่าจะลงไปไม่ต่ำกว่า 1.75% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับต้นปี 2562 เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือน การที่ลงมากเกินไป อาจนำไปสู่การกระตุกตัวของหนี้ครัวเรือนได้


กำไรกลุ่มแบงก์ยังโตเฉลี่ยได้ 3%

สำหรับผลกระทบต่อกลุ่มธนาคาร ภายใต้ประมาณการกำไรปี 2567 ของฝ่ายวิจัย อยู่บนสมมติฐานอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลด 1 ครั้ง 0.25% ช่วงครึ่งหลังของปี 2567 และรับรู้ผลกระทบเต็มปีในปี 2568 ยังสอดคล้องกับสมมติฐาน ด้านการปรับลดสมมติฐานการเติบโตเศรษฐกิจไทย ในเชิงทฤษฎี ตาม TFRS 9 มีผลต่อ Model การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (ECL)


อย่างไรก็ตาม สมมติฐานต้นทุนความเสี่ยงของสินเชื่อที่ไม่ได้รับการชำระคืน (Credit cost) ปี 2567 ของฝ่ายวิจัยอยู่กรอบบนของเป้าหมายทางการเงิน หรือสูงกว่าเป้าหมายของแต่ละธนาคาร ขณะที่องค์ประกอบรวมฝ่ายวิจัยประเมินกำไรปี 2567-2568 กลุ่มฯ 8 ธนาคาร พอเป็นไปได้ ขยายตัวเฉลี่ย 3% ต่อปี เป็นไปในอัตราเดียวกับการเติบโตของกำไรกลุ่มฯ ปี 2557-2566 เฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 2%


สำหรับคำแนะนำหุ้นกลุ่มธนาคาร ภายใต้หุ้นกลุ่มธนาคารปรับฐาน 4.6% จากต้นปี เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ลดลง 1.1% รับความกังวลประเด็นด้านดอกเบี้ยบางส่วนแล้ว ส่งผลให้ราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี (P/BV) กลุ่มฯ เฉลี่ยซื้อขายที่ 0.8 เท่า มองว่าไม่แพง ยังคงเน้นไปที่หุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง


“TTB-TISCO” เด่น..ปันผลสูง

อย่างไรก็ตาม มองว่าหุ้นของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น TTB ที่มีผลประโยชน์ทางภาษี (tax shield) จะช่วยลดทอนผลกระทบจากทั้งวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและหนี้เสีย (NPL) ได้ดีกว่ากลุ่มฯ พร้อมประเมินผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 5-6% ต่อปี


ขณะที่หุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก เลือก บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น TISCO ที่คาดให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุดในกลุ่มฯ ราว 7-8% และทิศทางอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สูงสุดในกลุ่มฯ ราว 15-17%


ส่วนหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ อื่นๆ มองว่าธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BBL และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น KBANK ที่ราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชีซื้อขายแถว 0.5 เท่า ถือว่าไม่แพง ลุ้นการประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปีช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ช่วยหนุนการฟื้นตัวของราคาหุ้น

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ