
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 ส.ค.66 ปิดที่ 1,560.20 จุด บวก 2.79 จุด มีมูลค่า 51,602.42 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 297.23 ล้านบาท
ตลาดหลักทรัพย์ฯรวบรวมผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดครึ่งแรกปี 66 มียอดขายลดลง ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี ประกอบกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้นในอัตราเร่ง และกดดันความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการทุกกลุ่ม
โดย บจ. จำนวน 764 บริษัท คิดเป็น 92.49% จากทั้งหมด 826 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 30 มิ.ย.66) นำส่งผลดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 66 พบว่ามี บจ.รายงานกำไรสุทธิ 577 บริษัท คิดเป็น 75.52% ของ บจ.ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด
ผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 66 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน บจ. ใน SET มียอดขาย 8,339,880 ล้านบาท ลดลง 2.8% ต้นทุนการผลิตปรับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น 7.8% จากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังโควิด ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) ลดลง ขณะที่มีกำไรสุทธิ 622,483 ล้านบาท ลดลง 26.6% จากครึ่งแรกปี 65 ที่มีกำไรสุทธิ 456,787 ล้านบาท
ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาด mai งวดครึ่งแรกปี 66 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 95,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% ต้นทุนการผลิต 71,014 ล้านบาท ลดลง 0.3% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 18,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5,550 ล้านบาท ลดลง 14.1% และกำไรสุทธิ 1,503 ล้านบาท ลดลง 71%
บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ คงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย และคาดว่าบริษัทที่มีกำไรไตรมาส 2 ปี 66 ดีกว่าคาดจะ outperform ตลาด ขณะที่หุ้นที่กำไรต่ำกว่าคาดจะ underperform ตลาด เนื่องจากอาจมีการปรับเพิ่ม/ลดประมาณการกำไรโดยนักวิเคราะห์ และการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุน
หุ้นที่มีกำไรดีกว่าคาดในไตรมาส 2/66 ได้แก่ BBL, TTB, CPALL, MINT, TKN, CHASE, WARRIX, MEGA, ERW, AMATA, BH, AAI, DELTA และ HANA
ขณะที่หุ้นที่กำไรแย่กว่าคาดในไตรมาส 2/66 ได้แก่ CENTEL, AEONTS, AMANAH, BLA, GFPT, IVL, KKP, PTG, PTTGC, RCL, SJWD, TASCO, TEGH, TRUE และ TVO!!
อินเด็กซ์ 51