มุมมองเอเซียพลัส!!

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

มุมมองเอเซียพลัส!!

Date Time: 10 ส.ค. 2566 05:11 น.

Summary

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ส.ค.66 ปิดที่ 1,528.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.86 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 50,042.41 ล้านบาท ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เผยบทวิเคราะห์ หลังพรรคเพื่อไทยแถลงว่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอีก 6 พรรค

Latest

CPAXT ปี 68 กำไรร่วง 11.5% เหลือ 9.3 พันล้านบาท บอร์ดฯ เคาะจ่ายปันผลเพิ่ม 0.53 บาท

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ส.ค.66 ปิดที่ 1,528.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.86 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 50,042.41 ล้านบาท ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เผยบทวิเคราะห์ หลังพรรคเพื่อไทยแถลงว่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอีก 6 พรรค จากนี้ไปจะถึงจุดสำคัญของการที่ต้องตัดสินใจในการจัดตั้งรัฐบาล

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าติดตาม คือ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เสนอให้วินิจฉัยการใช้ข้อบังคับการประชุมที่ 41 ของรัฐสภา ในการโหวตเลือกนายกฯ โดยศาลนัดประชุม 16 ส.ค.66 หากไม่มีคำสั่งห้ามใดๆ หรือไม่รับไว้พิจารณา ก็น่าจะทำให้กระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาเดินหน้าต่อ สุญญากาศทางการเมืองก็จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สั้นลง แต่หากเป็นไปตรงข้าม ก็จะเกิดสุญญากาศทางการเมืองที่ยาว ในช่วงเวลาของการรอคอยความชัดเจน ทำให้ SET Index มีโอกาสผันผวนในกรอบแคบ และมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบางลงได้

สรุป ฝ่ายวิจัยประเมินภาพการเมืองมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่มีความผันผวนอยู่บ้างจากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องปมเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำ ผิดญัตติหรือไม่ ดังนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวคาดว่าจะเห็น Flow ต่างชาติยังไม่ซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัย และมีโอกาสเห็นตลาดหุ้นไทยแกว่งผันผวนในกรอบแคบช่วง 2 สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม ต้นเดือน ส.ค. ตลาดหุ้นไทยกลับมาเผชิญกับช่วงสุญญากาศทางการเมืองอีกครั้ง และยังเป็นช่วงประกาศงบการเงินงวด 2Q66 ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะลดลงทั้ง QoQ และ YoY ส่งผลให้ SET Index ปรับตัวลง -2.4% (mtd) จาก 1,556 จุด ลงมาเหลือ 1,518 จุด พร้อม Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออก 1.17 หมื่นล้านบาท (mtd)

หากดูรายละเอียดในหุ้นใหญ่ พบว่า หุ้นที่ลงแรงๆส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นถูกกดดันจากสุญญากาศทางการเมือง แต่หุ้นที่ Outperform หรือแข็งแรงกว่าตลาดในช่วงนี้เป็นหุ้น Defensive อย่างหุ้นโรงพยาบาล, หุ้น Earning Momentum และหุ้นอิงกับราคา Commodity

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ แนะนำเอนเอียงน้ำหนักมาที่ 1. หุ้นอิงกับราคา Commodity เป็นหลัก ชอบ PTTEP PTTGC TOP 2.หุ้น Defesive ปันผลสูง ADVANC SCB AP 3.หุ้น Earning Momentum PLANB ERW

ส่วนหุ้นอิงกับประเด็นทางการเมือง หากย่อตัวลงมาลึกแนะนำค่อยๆทยอยสะสมในช่วงใกล้กับการโหวตนายกฯอีกครั้ง!!

อินเด็กซ์ 51


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ