
CPAXT ประกาศกำไรสุทธิปี 68 ร่วง 11.5% เหลือ 9,356 ล้านบาท บอร์ดเตรียมเสนอที่ประชุมจ่ายปันผลเพิ่ม 0.53 บาท รวมปีนี้ 0.71 บาทต่อหุ้น ด้าน บล.บัวกลวง ชี้ไตรมาส 1/69 ยังท้าทาย แนะแค่ "ถือ"
ราคาหุ้น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น CPAXT เช้านี้ (23 ก.พ.69) ณ เวลา 11.10 น. อยู่ที่ 16.30 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ -5.78% จากราคาปิดวันก่อนหน้า หลังรายงานผลประกอบการปี 2568 แม้รายได้ยังเติบโต แต่ในฝั่งของกำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงกว่า 11.5% มาอยู่ที่ 9,356 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางผลกำไรที่ชะลอตัว บอร์ดบริหารของ CPAXT เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 รวมในอัตรา 0.71 บาทต่อหุ้น ซึ่งเมื่อหักปันผลระหว่างกาลไปแล้ว จะเหลือจ่ายเพิ่มเติมอีก 0.53 บาทต่อหุ้น
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น CPAXT รายงานผลประกอบการปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อยทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 520,706 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่กลับทำได้ 9,356 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากปีก่อนหน้า ซึ่งบริษัทให้เหตุผลว่า สาเหตุหลักที่ดึงกำไรให้ลดลงมาจาก "อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย" ที่ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 14.3% (จากเดิม 14.4%)
ปัจจัยกดดันมาจากการที่ยอดขายในกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหาร (ซึ่งปกติจะมีกำไรขั้นต้นสูง) ปรับตัวลดลง เนื่องจากลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างจำกัด ประกอบกับบริษัทฯ ต้องงัดกลยุทธ์ด้านราคามาใช้เพื่อแข่งขันในตลาด
สำหรับกลุ่มธุรกิจค้าส่ง หรือ Makro ยังคงเป็นกำลังหลัก โดยมีรายได้จากการขายสินค้า 283,531 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.7% แรงหนุนสำคัญมาจากการเปิดสาขาใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงยอดขายนอกร้านพร้อมการส่งสินค้าถึงลูกค้า (Omni Channel) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกลุ่มธุรกิจค้าปลีก หรือ Lotus's มีรายได้จากการขายสินค้า 215,685 ล้านบาท เติบโตเพียง 0.1% แม้สาขาในมาเลเซียจะทำผลงานได้ดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ แต่ในประเทศไทยกลับเผชิญกำลังซื้อที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/2568 ธุรกิจค้าปลีกยังเจอปัญหา "การถูกคุกคามจากภายนอกในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ" ทำให้ระบบขายออนไลน์และการจัดการสต็อกสินค้าสะดุดไปหลายสัปดาห์ แต่ปัจจุบันแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นผลกระทบแบบครั้งเดียว (One-time event)
แม้กำไรจะลดลง แต่บอร์ดบริหารยังคงมีมติให้ผลตอบแทนคืนแก่ผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการมีมติเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 รวมในอัตรา 0.71 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น 79% ของกำไรสุทธิ)
ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.18 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนกันยายน 2568 คงเหลือปันผลที่จะจ่ายเพิ่มอีก 0.53 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 20 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผล 7 พฤษภาคม 2569
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางของ CPAXT ว่ากำไรในไตรมาส 1/2569 ยังมีแนวโน้มลดลงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งสะท้อนจากภาพรวมในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ธุรกิจค้าส่งทำได้เพียงทรงตัว ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกหดตัวลงในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่ายอดขายสาขาเดิมจะเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 2/2569 โดยได้รับอานิสงส์จากปัจจัยด้านสภาพอากาศ จึงยังคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ไว้ที่ระดับ 10,307 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 10%
จากมุมมองด้านปัจจัยพื้นฐาน แนะนำเพียง "ถือ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 17.00 บาท เนื่องจากมองว่าในระยะสั้นราคาหุ้นอาจถูกกดดันจากผลกำไรหลักที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไว้ รวมถึงแนวโน้มไตรมาสแรกที่ยังคงชะลอตัว ทำให้ปัจจุบัน บล.บัวหลวง ยังคงให้น้ำหนักความน่าสนใจไปที่หุ้น CPALL มากกว่า CPAXT
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนติดตามโอกาสในการกลับรายการตั้งสำรอง รวมถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์ใหม่อย่าง "โครงการ Happitat" ที่เตรียมจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2/2569 นี้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้