
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 มิ.ย.66 ปิดที่ 1,561.15 จุด ลดลง 1.25 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 36,838.88 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 758.42 ล้านบาท
หุ้นไทยแกว่งแคบมูลค่าซื้อขายเบาบาง นักลงทุนชะลอการลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม
บล.เอเซียพลัส มองทิศทางตลาดน่าจะได้แรงหนุนจากจีนที่ PBOC ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น 7 วัน ลง 0.1% สู่ระดับ 1.9% เป็นการลดดอกเบี้ยนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ ส.ค.65 ทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบราว 2 พันล้านหยวน
เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจีน และคาดว่า วันที่ 15 มิ.ย.จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติม ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ประเภท 1 ปี รวมถึงวันที่ 16 มิ.ย. คาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ โดยเน้นไปที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ และอุปโภคภายในประเทศให้กลับมาฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แนะนำหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน เช่น SCGP-SCC-IVL-HANA- KCE-TU
เอเซียพลัสยังระบุว่า วันก่อนต่างชาติและสถาบันในประเทศซื้อสุทธิทั้งคู่กว่า 1.8 พันล้านบาท และ 2.2 พันล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งจากสถิติในอดีตตั้งแต่ปี 64-ปัจจุบัน ถ้าต่างชาติและสถาบันซื้อสุทธิหุ้นไทยพร้อมกัน SET Index มักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 0.65% ต่อวัน และมีโอกาสที่ Return จะเป็นบวก 88.7% รองลงมาคือ ต่างชาติซื้อสุทธิ SET Index มักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย ลดหลั่นลงมาเหลือ 0.35% ต่อวัน และมีโอกาสที่ Return จะเป็นบวก 73.3% เป็นต้น
นอกจากนี้ เอเซียพลัสยังคาดว่า มีโอกาสเห็นการทำ Window Dressing จากสถาบันฯสูง เนื่องจากฝ่ายวิจัยทำการศึกษาสถานะการถือครองเงินสดในกลุ่มตัวอย่าง กองทุนหุ้นไทย 50 กองทุนรวมกัน ณ สิ้นเดือน เม.ย. 66 พบว่ามีสถานะการถือครองเงินสดที่สูงถึง 6.9% ของ NAV รวม (สูงกว่าระดับปกติที่ 2- 3%) ทั้งสถานะเงินสดของกองทุนที่สูงกว่าปกติ รวมถึงใกล้เข้าสู่ช่วง Window Dressing ในครึ่งหลังของเดือน มิ.ย.
ฝ่ายวิจัยจึงทำการค้นหาหุ้นที่มีโอกาสถูกทำ Window Dressing สูง ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้ 1. เป็นหุ้นใหญ่ (อยู่ในดัชนี SET50) 2.เป็นหุ้นที่มักจะให้ผลตอบแทนชนะตลาดในช่วงครึ่งหลังของเดือน มิ.ย.ย้อนหลัง 5 ปี 3.ราคาหุ้นย่อตัว (Return YTD < 0) ได้ผลลัพธ์คือ หุ้น SCGP, GPSC, SCC, CBG, GULF, TU, BGRIM, TOP, CPF, AOT, LH!!
อินเด็กซ์ 51