
ภาคการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย นักลงทุนหลายคนต่างจับตาการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย โดยจะเห็นได้ชัดจากการเริ่มเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะจากจีน ทำให้ความคาดหวังต่อผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวมีมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ดี เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ไม่โดดเด่นและชะลอตัวลง แม้จะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากฐานที่ต่ำ อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยหนุนให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องปรับประมาณการขึ้น
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มไม่เด่นเหมือนในอดีต ตัวเลขนักท่องเที่ยวในไทยชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม หลักๆ กดดันจากปัจจัยด้านฤดูกาลและการไม่มีวันหยุดต่อเนื่อง แม้ภาครัฐมองว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวยังเป็นไปตามคาดและจะเร่งตัวขึ้นได้ดีช่วงครึ่งหลังของปี แต่ในมุมมองของเราการชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนนักท่องเที่ยวกำลังสร้าง Sentiment เชิงลบต่อเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งปี 2566 ของตลาดที่ราว 25-30 ล้านคน ให้อาจมี Downside Risk หากไตรมาส 3/66 นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนไม่ฟื้นตัวแรงอย่างที่ตลาดคาด
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 คาดกำไรปกติของกลุ่มท่องเที่ยวสามารถฟื้นตัวจากปีก่อน หนุนจากภาพการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก อย่างไรก็ดีหากเทียบกับไตรมาสแรก เราคาดแค่ MINT ที่ผลประกอบการเติบโตจากการเข้าช่วง High Season ของโรงแรมในยุโรป แต่ผู้เล่นรายอื่นคาดผลประกอบการชะลอลงตามปัจจัยด้านฤดูกาลที่การท่องเที่ยวในไทยและมัลดีฟส์เข้า Low Season
นอกจากนี้มองว่าราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว แม้บริษัทส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/66 ดีกว่าคาด แต่หุ้นกลับเจอแรงขายทำกำไรบางส่วน เพราะมี Upside ที่จำกัด ในระยะถัดไปต้องระวังแรงกดดันเชิงลบ เช่น เศรษฐกิจโลกถดถอย จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถือเป็นรายได้หลักกว่า 60% ของภาคการท่องเที่ยวไทย หรือประเด็นข้อจำกัดด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน มีโอกาสส่งผลให้การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยไม่เป็นอย่างที่หวัง
อย่างไรก็ดี คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” ในระยะสั้นนักลงทุนอาจพิจารณาเก็งกำไรจากหุ้นที่มีผลประกอบการแข็งแกร่งกว่ากลุ่ม เราเลือก MINT ที่ราคาเป้าหมาย 43.50 บาท เป็นตัวแทนดังกล่าว ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆ เราคาดจะกลับมาน่าสนใจ ทยอยสะสมช่วงครึ่งหลังของปี หากนักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้เต็มศักยภาพ และหนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 4/66 ฟื้นตัวเด่น
ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาพรวมแนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนพฤษภาคมลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเมษายนตามฤดูกาล สอดคล้องกับมุมมองฝ่ายวิจัย ส่วนประเด็นค่าแรงขั้นต่ำประเมิน MINT ได้รับผลกระทบต่ำสุดในกลุ่มฯ จากฐานโครงสร้างรายได้ราว 50% มาจากโรงแรมในยุโรป ตามด้วย AOT ที่ฐานเงินเดือนพนักงานส่วนใหญ่ไม่ได้อิงกับค่าแรงขั้นต่ำต่อวัน
ทั้งนี้ หากอิงตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือนเมษายนที่ปรากฏบนสื่อในประเทศประมาณ 2.1 ล้านคน หรือเฉลี่ย 7 หมื่นคนต่อวัน ดังนั้นประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 15 วันแรกของพฤษภาคมอยู่ที่ประมาณ 8.7 แสนคน หรือเฉลี่ย 5.8 หมื่นคนต่อวัน ลดลง 17.5% ภาพดังกล่าวเป็นไปตามผล จากการเข้าสู่ Low Season ของท่องเที่ยวไทย ซึ่งอัตราการลดลงใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยต่อวันช่วง พ.ค. 62 ที่ต่ำลง 17.4% จากค่าเฉลี่ย เม.ย. 62
ภาพรวมแนวโน้มการดำเนินงาน หุ้นที่มีโครงสร้างรายได้จากท่องเที่ยวไทยเป็นหลักอย่าง ERW, CENTEL ลดลงจากไตรมาสแรก แต่โตได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน MINT ที่มีโครงสร้างรายได้จากยุโรปราว 50% เข้าสู่ช่วง High Season คาดทิศทางการดำเนินงาน Outperform กลุ่ม ขณะที่ AOT แม้ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลง แต่ได้ลุ้นเติบโต QoQ หนุนด้วยส่วนลดให้กับคู่ค้าทยอยกลับสู่ระดับปกติ.