
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 เม.ย.66 ปิดที่ 1,593.85 จุด ลดลง 6.56 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 39,891.84 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,873.02 ล้านบาท
บล.โกลเบล็ก ประเมินทิศทางหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัว Sideway ออกข้าง โดยตลาดการเงินคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน พ.ค. นี้ ซึ่ง “เจมี ไดมอน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค เตือนว่านักลงทุนและภาคธุรกิจควรวางแผนรับมือกับผลกระทบของภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์
โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯหลายรายการออกมาต่ำกว่าคาด เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค. ลดลง 0.5% MoM ต่ำกว่าที่คาดว่าจะลดลง 0.1% MoM ยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. ลดลง 1% YoY จากคาดการณ์ว่าจะลดลง 0.4% YoY จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด ดัชนี PPI เดือน มี.ค. -0.5% MoM สวนทางคาดการณ์ +0.1% MoM
ส่วนปัจจัยในประเทศ นักลงทุนยังติดตามการประกาศผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารที่กำลังทยอยประกาศออกมา คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบ YoY และ QoQ เช่นเดียวกับหุ้นธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ประกาศผลประกอบการออกมาแล้วดีกว่าคาดการณ์ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยหุ้นกลุ่มธนาคารจะประกาศงบการเงิน 18-21 เม.ย. นี้ จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ระดับ 1,580-1,620 จุด
ขณะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่หลายคู่ ทั้งจีน-ไต้หวัน เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ จีน-สหรัฐฯ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ระบุว่า การซ้อมรบของจีนบ่อนทำลายเสถียรภาพในไต้หวันและภูมิภาค ส่วนสหรัฐฯส่งเรือรบล่องผ่านช่องแคบไต้หวัน หลังจีนเสร็จสิ้นการซ้อมรบ ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้ยิงกระสุนเตือนเรือของเกาหลีเหนือที่รุกล้ำน่านน้ำจากการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ทางสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) แนะนำน่าลงทุน ได้แก่ ADVANC, AOT, BBL, COM7 และ CPALL!!
อินเด็กซ์ 51