
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 ก.พ.65 ปิดที่ 1,657.69 จุด บวก 6.02 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 53,391.41 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,982.19 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นภูมิภาค จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและการเงินหนุน รวมทั้งแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่ม JMART หลังปรับตัวลงแรงไปก่อนหน้า บล.บัวหลวง ให้มุมมองการลงทุนปี 66 ว่า มีโอกาสที่หุ้นไทย จะวิ่งขึ้นไปแตะระดับ 1,811 จุด ได้แรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศอย่างท่องเที่ยวและการบริโภคที่ฟื้นตัว รวมถึงภาคเอกชนที่มีการลงทุนมากขึ้น หลังประกาศเปิดประเทศอย่างเต็มตัวไปเมื่อกลางปี 65
ขณะเดียวกัน ยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯและทั่วโลกที่ในระยะยาวอาจปรับตัวลงเข้าสู่ภาวะปกติ โดยบัวหลวงประเมินว่า ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯจะแตะระดับสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 66 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4.50-4.75%
ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 66 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง 9.5% แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4 ปี 65 อาจหดตัว 3% เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกันของปีก่อนและอาจหดตัว 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
หุ้นกลุ่มโดดเด่นปี 66 คือ ค้าปลีก, สื่อโฆษณา, อาหารเครื่องดื่ม, โรงพยาบาลใหญ่, เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด โดยธีมการลงทุนมาแรง คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า, กลุ่ม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หุ้น HANA และหุ้น KCE ซึ่งอาจยังคง ผันผวน เพราะความกังวลต่อผลประกอบการ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอยรุนแรงกว่าที่คาดการณ์
นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มพัฒนาบริหาร และให้เช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ อย่างหุ้น CPN ที่มีแนวโน้มค่าเช่าและอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นตามการบริโภคที่ดีขึ้น ส่วนกลุ่มหลีกเลี่ยง คือ อาหาร (เนื้อหมู ไก่), เดินเรือและโลจิสติกส์ และประกัน
ส่วนการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ แนะนำลงทุนกองทุนหุ้น สหรัฐฯ หรือ DR อ้างอิงดัชนี S&P500 หรือดัชนี Nasdaq เช่น กองทุน B–INNOTECH, NDX01 ที่ลงทุนหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดีทั่วโลก
สำหรับการลงทุนในตลาดจีน-ฮ่องกง แนะนำ CN01 อ้างอิง China AMC CSI 300 Index ETF (3188.HK) ที่ลงทุนอิงดัชนี CSI 300 หุ้น A-Share ชั้นนำขนาดใหญ่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น 300 ตัว และ CNTECH01 อ้างอิง ChinaAMC Hang Seng TECH Index ETF (3088.HK) ที่ลงทุนอ้างอิงดัชนี Hang Seng TECH หุ้น เทคโนโลยีจีน-ฮ่องกงขนาดใหญ่และจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง 30 ตัว.
อินเด็กซ์ 51