เก็บภาษีขายหุ้นได้ไม่คุ้มเสีย ทำตลาดทุนไทยถอยหลัง 20 ปี-ต่างชาติหนี!

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เก็บภาษีขายหุ้นได้ไม่คุ้มเสีย ทำตลาดทุนไทยถอยหลัง 20 ปี-ต่างชาติหนี!

Date Time: 23 ธ.ค. 2565 06:01 น.

Summary

“ไพบูลย์” อัดเก็บภาษีขายหุ้นทำตลาดทุนไทยถอยหลัง 20 ปี นักลงทุนต่างชาติหนีไปลงทุนที่อื่น ทำสภาพคล่องที่เป็นจุดแข็งของตลาดหุ้นไทยหดหาย กระทบการระดมทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ ได้ไม่คุ้มเสีย

Latest

IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

“ไพบูลย์” อัดเก็บภาษีขายหุ้นทำตลาดทุนไทยถอยหลัง 20 ปี นักลงทุนต่างชาติหนีไปลงทุนที่อื่น ทำสภาพคล่องที่เป็นจุดแข็งของตลาดหุ้นไทยหดหาย กระทบการระดมทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ ได้ไม่คุ้มเสีย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยภายในงาน FETCO Capital Market Outlook เสวนาพิเศษ “ภาษีขายหุ้น? คุ้มหรือไม่” ว่า มาตรการเก็บภาษีขายหุ้นของภาครัฐที่จะออกมาคงได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งไม่ได้เป็นผลกระทบโดยตรงต่อผู้ระดมทุน แต่กระทบโดยตรงต่อผู้ลงทุน เพราะจะทำให้สภาพคล่องในตลาดค่อยๆลดลง เนื่องจากต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันสภาพคล่องในตลาดที่มีอยู่สูงมาจากการลงทุนของต่างประเทศถึง 50% หากเก็บภาษีก็อาจส่งผลให้สภาพคล่องที่มาจากต่างประเทศหายไปทั้งหมด เนื่องจากภาษีที่เตรียมเก็บสูงกว่าค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้น ทำให้มูลค่าซื้อขายตลาดหุ้นไทยจะหดลงไปเหลือเพียง 10,000-30,000 ล้านบาท หรือกลับไปเมื่อช่วง 20 ปีก่อน หากเป็นแบบนั้นจริงการระดมทุนจากบริษัทขนาดใหญ่จะไม่สามารถเป็นไปได้แน่นอน ส่งผลให้บริษัทขนาดใหญ่ออกไประดมทุนในตลาดหุ้นประเทศอื่น เนื่องจากปัจจุบันไม่มีกำแพงกั้นแล้ว

ตลาดทุนไทยปัจจุบันยังไม่ได้พัฒนาไปถึงจุดสูงสุด มีบริษัทจดทะเบียนเพียง 800 กว่าบริษัทเท่านั้น ซึ่งหากมีบริษัทเข้ามาอยู่ในตลาดมากขึ้นจะเป็นประโยชน์มากกว่า คือ 1.เรื่องความโปร่งใส 2.ช่วยให้ภาครัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น โดยปี 64 บริษัทจดทะเบียนจ่ายภาษีนิติบุคคลให้ภาครัฐสูงกว่า 2 แสนล้านบาท “เราเห็นชัดเจนว่าสภาพคล่องหายแน่นอน จากการสำรวจโดยพูดคุยโดยตรง ไม่ใช่สำรวจจากทฤษฎี เรายกหูถามนักลงทุนต่างชาติที่เทรดเยอะๆ สร้างสภาพคล่องให้เราว่าคุณจะอยู่กับเรามั้ยถ้ามีภาษีตัวนี้ เค้าบอกไม่อยู่ เป็นสิ่งที่น่าห่วงมาก เพราะหากสภาพคล่องหายไปแล้ว สร้างกลับคืนมายากมาก และที่รัฐคาดว่าจะเก็บภาษีจากการขายหุ้นได้ 16,000 ล้านบาทนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นประมาณการที่เกิดขึ้นปี 64 ที่มีปริมาณซื้อขายหุ้นระดับ 1 แสนล้านบาทต่อวัน แต่ปีนี้เมื่อธนาคารกลางต่างๆ เริ่มดึงเงินออกจากระบบ ทำให้ปริมาณซื้อขายลดลงเหลือ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อวัน ซึ่งต้องทำประมาณการใหม่ โดยเฉพาะการคิดจากฐานที่ต่างชาติจะหายไป 80-90%”

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า หน้าที่ของตลาดทุนคือ เป็นแหล่งระดมทุนให้ภาคธุรกิจ วันนี้ทำบทบาทนี้ได้ดีมากๆ มีบริษัทขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เข้ามาระดมทุนจำนวนมาก และการที่บริษัทเข้ามาระดมทุนจากตลาดทุนได้ เป็นการแบ่งเบาภาระภาคการเงิน ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งที่มีแหล่งทุนจากธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว เมื่อธนาคารเกิดปัญหา ทำให้ภาพรวมของประเทศหยุดชะงัก แต่ปัจจุบันมีตลาดทุนที่ทำหน้าที่ได้ดีในการเป็นแหล่งระดมทุน เข้ามาเสริมเส้นเลือดเศรษฐกิจที่ไม่ได้มีเพียงธนาคารเพียงเส้นเดียวแล้ว ทำให้ภาพรวมสมบูรณ์มากขึ้น ที่ผ่านมามีการระดมทุนจำนวนมากจากบริษัทขนาดใหญ่ได้ เพราะสภาพคล่องในตลาดทุนไทยมีขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค มีผู้ลงทุนหลากหลายและมีสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียน ถือเป็นข้อดี หากวันไหนสภาพคล่องหายไปการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO จะซบเซาลงไปทันที เพราะทำได้ยากขึ้น.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ