
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 มิ.ย.64 ปิดที่ 1,612.98 จุด ลดลง 4.67 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 110,189.29 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,249.96 ล้านบาท
หุ้นไทยปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก หลังผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าเดิม และลดการทำ QE ลง กดดันต่อทิศทางเงินไหลออกและเงินไหลเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ขณะที่ตลาดหุ้นร่วง โดยกลุ่มหุ้นที่ยังได้ผลบวกคือ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาทหลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น หรือหุ้นที่มีข่าวหรือปัจจัยบวกเฉพาะตัว
โดยหุ้น GUNKUL บวกแรง โดย บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินธุรกิจหลักด้านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม คาดการณ์ว่าจะมีการขยายตัวขึ้น โดยปีนี้จะมีโครงการโซลาร์ฟาร์ม ที่เวียดนาม 4 โครงการ และโซลาร์ฟาร์ม ในมาเลเซีย 1 โครงการ กำลังผลิตรวม 181 MW ผสานกับธุรกิจกัญชาจะช่วยต่อยอดการเติบโตที่ชัดเจน
ขณะที่ผู้บริหาร GUNKUL เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าธุรกิจตามแผนที่วางไว้เต็มที่โดยเฉพาะธุรกิจด้านพลังงานทดแทน ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังคงมองหาโอกาสการลงทุนและเข้าร่วมประมูลงานโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมครึ่งปีแรกบริษัทมี Backlog เพิ่มเข้ามา 1.7 พันล้านบาท ช่วงที่เหลือของปีนี้มีแผนเข้าประมูลงานเพิ่มเติมมูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท คาดจะได้รับงานเพิ่มอีก 15-20% จากยอดนี้ จึงน่าจะเป็นปัจจัยบวกให้ผลงานปีนี้โตโดดเด่น และบริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ไม่น้อยกว่า 20% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 10,975 ล้านบาท
ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า FTSE Rebalance จะมีผลราคาปิดวันที่ 18 มิ.ย.นี้ โดยน้ำหนักการลงทุนของไทยใน FTSE All World Ex US ประมาณ 0.01% สู่ 0.59% เพิ่มราว 66.8 ล้านเหรียญฯ โดยหุ้นที่เข้าใหม่ FTSE All World Index ได้แก่ OR จำนวน 90 ล้านเหรียญฯ (Large Cap), SCGP จำนวน 75.4 ล้านเหรียญฯ (Large Cap) เพิ่มน้ำหนัก CBG จำนวน 11 ล้านเหรียญฯ, OSP จำนวน 8 ล้านเหรียญฯ
ขณะที่ลดน้ำหนัก BBL-R, PTT, SCC, CPALL, AOT, SCB, KBANK-F ตัวละ 13 ถึง 5 ล้านเหรียญฯ โดยไม่มีหุ้นออก ส่วน FTSE Small Cap หุ้นเข้าใหม่ คือ KEX หุ้นออก คือ THAI และสุดท้าย FTSE Micro Cap หุ้นที่เข้าใหม่ ได้แก่ JR, NEX, NRF, RT, SA, SO ขณะที่ไม่มีหุ้นออก.
อินเด็กซ์ 51