
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “ลงทุนอย่างไร...ในภาวะแบบนี้” ว่า การลงทุนในตลาดหุ้นในช่วงวิกฤติ มีโอกาสได้กำไรสูง ถ้าเข้าลงทุนถูกจังหวะ ซื้อหุ้นถูกตัว และถือหุ้นได้นาน บ่อยครั้งที่นักลงทุนรีบช้อนหุ้นในช่วงที่ตลาดเพิ่งเริ่มตกใหม่ๆ ก่อนที่ราคาหุ้นจะสะท้อนภาวะที่แท้จริงของเศรษฐกิจ แต่พอถึงจุดที่ตลาดตกเต็มที่ กลับไม่กล้าซื้อเพราะกลัวหุ้นจะตกอีก
หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เราได้เข้าสู่ภาวะ “ตลาดกระทิง” ทางเทคนิคไปแล้ว หลังตลาดหุ้นปรับขึ้นมา 28% จากจุดต่ำสุดที่ 969 จุด เมื่อเดือนที่แล้ว การลงทุนในช่วงวิกฤติ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลปัจจัยพื้นฐานของหุ้นอย่างรอบคอบและไม่ต้องรีบร้อน เพราะมีเวลามากพอที่จะลงทุนให้ได้กำไร วิกฤติครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะต้นเหตุไม่ได้มาจากสถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ หรือการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาล จึงทำให้การคาดการณ์อนาคตทำได้ค่อนข้างยาก เวลานี้คงไม่เป็นที่ถกเถียงกันอีกแล้ว ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 100 ปี หรือตั้งแต่ช่วง Great Depression แต่ในขณะเดียวกัน การใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาลของทุกประเทศ ในระดับ 10-20% ของจีดีพีเพื่อต่อสู้กับโควิด รวมทั้งการอัดฉีดสภาพคล่องตรงเข้าสู่ภาคธุรกิจโดยธนาคารกลาง ก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำกันมาก่อน ซึ่งน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
การเลือกหุ้นในรอบนี้ มีความท้าทายกว่าทุกครั้ง เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเข้าสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงปิดประเทศ มีโอกาสสูงที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและ New Normal ในอนาคต นักลงทุนจึงต้องทำการบ้านให้ดี และควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างชัดเจน เช่น ธุรกิจอาหาร ค้าปลีก สื่อสาร ไฟฟ้า และโรงพยาบาล เป็นต้น แน่นอนตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่พร้อมใช้งานจริง การแพร่ระบาดรอบสองหรือรอบสามยังเป็นความเสี่ยงใหญ่ แต่ถ้าเตรียมสายป่านให้ยาวพอที่จะถือหุ้นไปจนเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว เชื่อว่าผลตอบแทนที่จะได้จากการลงทุนในช่วงวิกฤตินี้ จะคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องรับ.