นักลงทุนจับตาเลือกตั้งใกล้ชิด บลจ.กรุงไทย มองหุ้นปีหมูยืน 1,800 จุด

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

นักลงทุนจับตาเลือกตั้งใกล้ชิด บลจ.กรุงไทย มองหุ้นปีหมูยืน 1,800 จุด

Date Time: 24 ม.ค. 2562 15:26 น.

Video

ดีเจภูมิ vs เปา iHAVECPU เผยแนวคิดวางแผนการเงินกับแฟน แบบไหนแฮปปี้กว่า? I Money Issue EP.66

Summary

นักลงทุนจับตาเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด คาดส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ บลจ.กรุงไทย มองกรอบดัชนีหุ้นไทยปีหมูทองไว้ที่ 1,800 จุด แนะจับตาภาคการท่องเที่ยว และภาวะเศรษฐกิจโลก

Latest


นักลงทุนจับตาเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด คาดส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ บลจ.กรุงไทย มองกรอบดัชนีหุ้นไทยปีหมูทองไว้ที่ 1,800 จุด แนะจับตาภาคการท่องเที่ยว และภาวะเศรษฐกิจโลก

นายวีระ วุฒิคงสิริกูล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานจัดการลงทุน บริษัททรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดผยว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย หรือ SET Index ในปี 2562 บริษัทประเมินกรอบดัชนีฯ ไว้ที่ 1,800 จุด

โดยภาวะการลงทุนยังคงเผชิญกับความผันผวนต่อเนื่องจากปี 2561 ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งถูกกระทบจากปัจจัยเสี่ยงหลักกรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทยผ่านปริมาณการส่งออก และการท่องเที่ยว รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

สำหรับ ปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ผลการเลือกตั้งทั่วไป ว่าไทยจะได้รัฐบาลที่มีเอกภาพเพียงพอที่จะบริหารประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพหรือไม่ เพราะมีผลกระทบต่อนโยบายการบริหารเศรษฐกิจประเทศ  

"ถ้าดูสภาพตลาดปัจจุบัน นักลงทุนค่อนข้างมีความกังวล มีความกลัวความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้น ซึ่งถ้าดูราคาหุ้นในปัจจุบันก็มีการสะท้อนความกังวลดังกล่าวไปบ้างแล้ว ขณะเดียวกันราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation มี P/E ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี มีอัตราเงินปันผลที่สูงขึ้น แม้ว่าจะมีปัจจัยที่น่ากังวลอยู่บ้าง แต่ระดับราคาหุ้นในปัจจุบันนี้ก็มี Downside risk ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการทยอยเข้าลงทุนในระดับปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีซึ่งคาดว่าจะดีกว่าการลงทุนในตราสารการเงินอื่นๆ ในระยะยาว"

ดร.สมชัย และ นายวีระ
ดร.สมชัย และ นายวีระ

ทางด้าน ดร.สมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ว่า อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) ในปีนี้อยู่ที่ระดับ 3.8 % ต่อปี ชะลอลงจากปี 2561 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวที่ 4.2% ต่อปี

โดยแรงขับเคลื่อนหลักๆ มาจากนโยบายการลงทุนของภาครัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแรงกระตุ้นจากปัจจัยการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และผลของการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมือง ซึ่งต้องติดตามว่าภายหลังการเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาจะเป็นแรงผลักดันในเรื่องของความเชื่อมั่นการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่

ขณะที่ภาคการส่งออก คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง จากปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าการขยายตัวจะอยู่ที่ระดับ 3.7% ต่อปี ทรงตัวในระดับเดียวกับปี 2561 แต่อาจมีความเสี่ยงที่การเติบโตอาจต่ำกว่านั้น

สำหรับปัจจัยต้องติดตามโดยเฉพาะในช่วงต้นปี คือผล เจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ความเสี่ยงคือถ้าตกลงกันไม่ได้ และมีการขึ้นกำแพงภาษีก็จะทำให้เศรษฐกิจโลกมีผลกระทบร้ายแรงกว่าที่เห็นทุกวันนี้ การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯประเด็นการเมืองในยุโรป ข้อสรุปของอังกฤษว่าตกลงจะออกจาก EU หรือไม่

ส่วนประเด็นของไทยที่ต้องติดตาม คือ เรื่องท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวจะฟื้นตัวกลับมาได้มากน้อยเพียงใด และผู้นำจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งเพราะมีผลต่อนโยบายในอนาคต ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ