หมีเนยทองคำ ไม่ถึงพันก็ซื้อได้! GCAP GOLD รุกตลาดคนรุ่นใหม่ เน้นสายสะสม คาด “บาทละแสน” เป็นไปได้

Investment

Gold

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หมีเนยทองคำ ไม่ถึงพันก็ซื้อได้! GCAP GOLD รุกตลาดคนรุ่นใหม่ เน้นสายสะสม คาด “บาทละแสน” เป็นไปได้

Date Time: 25 พ.ค. 2569 18:22 น.

Video

ปลุก “ต่อมเอ๊ะ” ยังไง ไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน? กับ ดร.เอ็ม - ดร.กร | Money Issue EP.51

Summary

แม้จะซื้อทองได้เล็กลง แต่คนไทยยังอยากซื้อทองเก็บไว้ ล่าสุด GCAP GOLD รุกตลาดคนรุ่นใหม่ เน้นสายสะสม เริ่มขาย 0.1 กรัม ไม่ถึงพันก็ซื้อได้

Latest


หลายคนมองว่า “ทองคำ = สภาพคล่อง” เพราะซื้อแล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดง่ายกว่าทรัพย์สินรูปแบบอื่นๆ แถมช่วงที่ผ่านมาราคายังพุ่งสูงขึ้น แม้บางช่วงจะทะลุ 80,000 บาทต่อบาททองคำ แต่คนยังแห่ไปร้านทองเพื่อซื้อสะสม ตามคำที่ว่า “แม้จะซื้อทองได้เล็กลง แต่คนไทยยังอยากซื้อทองเก็บไว้” 

ถึงทองราคาพุ่ง แต่คนยังอยากสะสม

ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD กล่าวว่า จากอินไซต์ของคนไทยที่ชื่นชอบสะสมทองคำทำให้บริษัทเปิดตัว คอลเลกชันพิเศษ “GCAP GOLD x Butterbear” ในรูปแบบ การ์ดทองคำแท่ง, เหรียญทองคำ และ Charm โดยเลือกทำทองขนาดที่เล็กลง เริ่มต้นที่ 0.1 กรัม เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ กลุ่มแฟนคลับของน้องเนย และคนที่อยากทยอยสะสมทองคำให้ซื้อเก็บได้ง่ายยิ่งขึ้น 
(ราคาขาย การ์ดทองคำแท่ง 0.1 กรัม ลายหมีเนยผ่านช่องทางของ GCAP GOLD บน Lazada พบว่าอยู่ที่ 889 บาท)

ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คอลเลกชันพิเศษนี้มียอดขาย 20,000 ชิ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าในปีนี้อาจไปถึง 100,000 ชิ้น โดยเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ และร้านทองคำที่ซื้อไปวางขายทั่วประเทศ หลังจากนี้จะมีการออกคอลเลกชันใหม่เพิ่มเติม อยู่ระหว่างการศึกษา ตุ๊กตาน้องเนยทองคำ คาดว่ามูลค่าจะไม่เกิน 10,000 บาทต่อชิ้นเพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญใน “การรุกตลาดรายย่อย” จากเดิมที่บริษัทฯ จะเน้นการซื้อขายทองคำกับร้านทองเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ปีนี้จะปรับภาพลักษณ์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มออมทองทีละน้อย ปัจจุบันมีบริการออมทอง เริ่มต้นที่ 100 บาท เมื่อสะสมได้ปริมาณที่ต้องการสามารถถอนเป็นทองคำแท่งได้ ทั้งนี้ คาดว่าในอนาคตสัดส่วนลูกค้ารายย่อยจะเพิ่มขึ้นเป็น 35-40% จากปัจจุบันที่อยู่ราว 20% ของปริมาณการซื้อขายของบริษัท 

ทองไทยจะไปถึงแสน? 

ในด้านการลงทุนทองคำ อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้าทีมวิเคราะห์ GCAP GOLD เล่าว่า  2 ปีที่ผ่านมาราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันอยู่ในช่วงพักฐานที่ระดับ 69,000 - 70,000 บาทต่อบาททองคำ เบื้องต้นกรณีราคาทองคำไม่ร่วงต่ำกว่า 60,000 บาท คาดว่าจะเห็น Sideway ในกรอบ 60,000 - 75,000 บาทต่อบาททองคำ และมีโอกาสสร้างฐานเพื่อปรับตัวขึ้นอีกรอบหนึ่ง

ช่วงที่เหลือของปี 2569 ทั้งนี้ ราคาทองคำมีทั้งปัจจัยบวกและลบ แม้สงครามที่ยังไม่จบอาจส่งผลดีต่อราคาทองคำ แต่เมื่อราคาน้ำมันส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ทำให้รอบนี้ราคาทองไม่พุ่งแรง ทั้งนี้หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นไปในทางบวก มีความชัดเจนขึ้นเชื่อว่าทิศทางทองคำน่าจะฟื้นตัวขึ้น

ทั้งนี้ ประเมินว่าจุดที่แนะนำเข้าสะสมราคาทองคำอยู่ที่ 59,000-60,000 บาทต่อบาททองคำ ส่วนปี 2569 นี้คาดว่าราคาทองคำอาจเพิ่มขึ้นได้ส่วนหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะของไทยอย่างค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เบื้องต้นกรอบแรกคาดว่าอาจจะอยู่ที่ 75,000-78,000 บาทต่อบาททองคำ และต้องยืนที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

ในช่วงปลายปี 2569 มีโอกาสที่ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 80,000 - 81,000 บาท (5,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์) ในกรณีที่ช่วงเดือน ต.ค. การเจรจาสันติภาพคืบหน้าและชัดเจนมีโอกาสที่ราคาทองยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

ขณะเดียวกันราคาทองคำมีโอกาสแตะ 100,000 บาทต่อบาททองคำ แต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะต้องทยอยปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จาก 5,000, 5,400, 5,600 หากทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (กรณีที่บาทอยู่ราว 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ทองคำไทยจะใกล้กับ 100,000 บาทต่อบาททองคำ

ปัจจุบันทองคำยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก่อนจะซื้อทองเราอาจต้องเช็กให้ดีกว่า ร้านทองนั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน มีตัวตนจริงไหม เบื้องต้นอาจเช็กว่ามีรายชื่ออยู่ในสมาคมค้าทองคำหรือไม่ ซื้อทองแล้วมีใบการันตีและตรวจสอบได้แค่ไหน เพื่อให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพตามที่เป็นข่าวกันมากมาย


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ