
แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังยืนเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และนักลงทุนยังจับตาความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย
แต่บรรยากาศในตลาดหุ้นโลกวันนี้ กลับพบว่าเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัว นำโดยเกาหลีใต้และญี่ปุ่น
สิ่งที่น่าสนใจคือ การฟื้นตัวรอบนี้กำลังสะท้อนว่าเม็ดเงินกำลังไหลไปยัง "โครงสร้างพื้นฐานของ AI" โดยเฉพาะกลุ่ม Memory หรือหน่วยความจำ ซึ่งถูกมองว่าเป็น "คอขวด" สำคัญของการเติบโตในยุค AI Supercycle
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกแห่ซื้อหุ้น Nvidia เพราะมองว่า GPU เปรียบเสมือนสมองของ AI ที่ใช้ประมวลผลโมเดลอย่าง ChatGPT หรือ Gemini ยิ่ง AI ฉลาดขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้ GPU ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
แต่เมื่อ AI พัฒนาไปอีกขั้น มีจำนวนผู้ใช้งานมากขึ้น และโมเดลมีขนาดใหญ่ขึ้น GPU เพียงอย่างเดียวก็ไม่เพียงพออีกต่อไป
เพราะก่อนที่ GPU จะคำนวณได้ มันต้องรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลจากระบบหน่วยความจำให้ทัน ถ้าหน่วยความจำส่งข้อมูลช้า แม้ GPU จะทรงพลังแค่ไหนก็ต้องรอข้อมูลอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้ AI Data Center จึงต้องลงทุนในหน่วยความจำและระบบจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงด้วย ซึ่งมีอยู่หลากหลายส่วน ได้แก่
เปรียบเทียบง่าย ๆ GPU คือ "สมอง" ส่วน Memory คือ "ความจำ" และ "เส้นเลือด" ที่คอยส่งข้อมูลให้สมองทำงาน ถ้าระบบ Memory ช้า GPU ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ แม้จะเป็นชิประดับสูงสุดก็ตาม
นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนเริ่มหันมาสนใจบริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง SK hynix, Samsung, Micron และ Kioxia มากขึ้น เพราะในยุค AI ผู้ชนะไม่ได้มีแค่ผู้ผลิต GPU แต่รวมถึงบริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบความจำ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ทีนี้มาดูกันว่า เมื่อ Memory กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI ยุคใหม่ แล้วนักลงทุนสถาบันทั่วโลกกำลังเลือกลงทุนในบริษัทไหนกัน
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ใน Tema Memory ETF (NYSE: DISK) กองทุน ETF ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (AUM) ได้แล้วกว่า 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นี่คือกองทุนที่ถูกออกแบบมาเพื่อเกาะกระแส AI Memory โดยเฉพาะ ซึ่งจะคัดเลือกเฉพาะบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ Memory และ Data Storage เช่น ผู้ผลิต HBM, DRAM, NAND และระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ AI Data Center
โดย Tema พัฒนากองทุนนี้ร่วมกับ SemiAnalysis บริษัทวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อเจาะธีมที่มองว่าเป็น "คอขวด" ของการเติบโตในยุค AI ซึ่ง 10 อันดับแรกของหุ้นที่กองทุนนี้ถืออยู่ มีดังนี้ (ข้อมูล ณ 21 ก.ค. 2569)
หากแบ่งตามประเทศจะพบว่าพอร์ตของ DISK กระจายอยู่ในประเทศที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรม Memory ของโลก ทั้ง สหรัฐฯ (32.71%) เกาหลีใต้ (23.37%) และญี่ปุ่น (17.44%)
แม้ปัจจุบันยังไม่มีกองทุนรวมไทยที่อ้างอิง Tema Memory ETF (DISK) โดยตรง ทำให้นักลงทุนไทยที่ต้องการลงทุนในธีม Memory ยังต้องเข้าถึงผ่าน ETF ในตลาดต่างประเทศโดยตรง ขณะที่กองทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่เปิดให้นักลงทุนรายย่อยในไทยลงทุนส่วนใหญ่ ยังลงทุนแบบกระจายทั้งอุตสาหกรรม มากกว่าจะเน้นเฉพาะกลุ่ม Memory
อย่างไรก็ตาม กองทุน DISK สะท้อนว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่ม Memory มากขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งธีมสำคัญของการลงทุนในยุค AI Supercycle และอาจเป็นไอเดียสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นซึ่งมีโอกาสได้รับอานิสงส์จาก AI ในระยะยาว…
ที่มา: Investing, Tema
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้