
ในยุคที่กระแสการลงทุนที่นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าหาหุ้นกลุ่ม AI สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ หรือการเก็งกำไรจากราคาน้ำมันดิบ กลับมี ETF ตัวหนึ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึงมาก่อน แต่กลับทำผลตอบแทนแซงหน้าทุกสินทรัพย์ในตลาดสหรัฐฯ
นั่นคือ Breakwave Tanker Shipping ETF หรือ BWET
CNBC ระบุว่า BWET ปรับตัวขึ้นกว่า 3,600% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ซึ่งถือเป็นผลตอบแทนที่ไม่มีกองทุนไม่ใช้เลเวอเรจตัวใดในสหรัฐฯ ทำได้ใกล้เคียง ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตึงตัวอย่างหนัก
ตัวเลขระดับหลักพันเปอร์เซ็นต์เช่นนี้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า BWET คืออะไร และทำไมสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจึงส่งผลต่อราคากองทุนนี้ได้รุนแรงแบบนี้
CNBC ระบุว่า BWET เป็น ETF เพียงตัวเดียวที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมัน (Oil tanker futures) โดยไม่ต้องเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาล่วงหน้าโดยตรงด้วยตัวเอง คือกองทุนนี้ไม่ได้ถือหุ้นบริษัทเดินเรือ ไม่ได้ถือน้ำมันดิบ และไม่ได้ถือเรือบรรทุกน้ำมันจริงๆ แต่อย่างใด
ข้อมูลจาก Amplify ETFs ผู้ออกกองทุนระบุว่า BWET ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคารายวันของดัชนีที่ติดตาม “ต้นทุนในอนาคตของการขนส่งน้ำมันดิบ” โดยให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนแบบไม่มีเลเวอเรจจากสัญญาล่วงหน้าค่าระวางเรือ
กองทุนนี้เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca และมีกองทุนพี่น้องคือ Breakwave Dry Bulk Shipping ETF (BDRY) ซึ่งเน้นสัญญาล่วงหน้าค่าระวางเรือขนส่งสินค้าแห้งแทน โดยบริหารจัดการโดย Breakwave Advisors LLC ซึ่งจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์กับหน่วยงานกำกับดูแล NFA ของสหรัฐฯ
แล้ว "ค่าระวางเรือ" คืออะไร พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ ค่าเช่าเหมาลำเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อขนส่งน้ำมันดิบจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เช่น จากอ่าวเปอร์เซียไปยังจีน
ซึ่งราคาค่าระวางนี้ ผันผวนตามอุปสงค์-อุปทานของเรือที่พร้อมให้บริการในเส้นทางนั้นๆ เมื่อเกิดสงครามหรือความไม่สงบในเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ เรือหลายลำจะไม่กล้าแล่นผ่านเส้นทางเดิม ต้องอ้อมไปเส้นทางที่ไกลและใช้เวลานานขึ้น
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านการประกันภัยก็เพิ่มขึ้น ทำให้เรือที่ยังพร้อมให้บริการเหลือน้อยลง ค่าระวาง ก็เลยพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง และเนื่องจาก BWET ถือครองสัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีค่าระวางเหล่านี้โดยตรง ราคาของกองทุนจึงแกว่งตัวรุนแรงตามไปด้วย
ข้อมูลจาก Investing.com ระบุว่า สินทรัพย์ที่กองทุนถือครองอยู่ทั้งหมดเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีอายุครบกำหนดกระจายตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 สอดคล้องกับลักษณะของกองทุนที่ต้องทยอยเปลี่ยนสัญญาไปเรื่อยๆ ตามอายุสัญญาที่ใกล้ครบกำหนด
ขณะที่ผลตอบแทนของกองทุนหากอ้างอิงข้อมูลจาก Morningstar ณ วันที่ 11 กันยายน ให้ผลตอบแทนย้อนหลังเมื่อคำนวณจากราคาซื้อขายในตลาด
แม้ BWET จะเป็นกองทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (NYSE Arca) แต่นักลงทุนไทยก็สามารถเข้าถึงกองทุนนี้ได้ผ่านช่องทางการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศกับโบรกเกอร์ไทยที่มีบริการดังกล่าว หรือผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศโดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ทั่วไปอย่าง Apple หรือ Tesla
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์ของ BWET สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาช่องทางทำกำไรจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรราคาน้ำมันดิบโดยตรงเหมือนในอดีต แต่เป็นการเก็งกำไรจาก "ต้นทุนการขนส่ง" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดคอขวดของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกที่มักถูกมองข้าม
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน คืออัตราค่าระวางเรือมีความผันผวนสูงมาก และแม้จะเคยปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำในอดีต ก็ไม่มีการรับประกันว่าอัตราค่าระวางจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ต่อไป
อีกทั้งกองทุนยังไม่มีกลไกป้องกันความเสี่ยงใดๆ หากอัตราค่าระวางปรับตัวลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนปรับตัวลงอย่างรุนแรงได้เช่นเดียวกับที่เคยปรับขึ้นแรง
แต่ BWET ก็นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกองทุนที่ผลตอบแทนผูกติดอยู่กับสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โดยตรง ความผันผวนสูงทั้งขาขึ้นและขาลงทำให้กองทุนประเภทนี้เหมาะกับนักลงทุนที่เข้าใจความเสี่ยงเชิงลึก และรับความผันผวนได้สูงเป็นพิเศษเท่านั้น
ที่มา: Amplify ETFs, CNBC, Investing, Morningstar
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney