
ได้ทั้งปันผลและลดหย่อนภาษี! เปิดลิสต์ 10 กองทุน ThaiESG ผลตอบแทนเด่นรอบ 1 ปี สูงสุดทะลุ 38% แนะเริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้แบบ DCA ลดภาระปลายปี พร้อมลุ้นกำไรและกระแสเงินสดระยะยาว
เดินทางมาถึงเดือนที่ 5 ของปี 2569 หลายคนอาจจะยังชะล่าใจเรื่องการวางแผนภาษี และคิดว่าค่อยไปหาซื้อกองทุนลดหย่อนกันทีเดียวช่วงปลายปีก็ได้
แต่รู้หรือไม่ว่าการที่เราทยอยลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (DCA) หรือเริ่มศึกษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เราไม่ต้องแบกรับภาระเงินก้อนใหญ่ในเดือนธันวาคม
แถมยังมีโอกาสคว้าผลตอบแทนที่ดีกว่าในจังหวะที่ตลาดปรับตัวลงอีกด้วย ยิ่งถ้าเป็นกองทุนที่ให้ทั้ง "สิทธิลดหย่อนภาษี" และมี "เงินปันผล" เป็นกระแสเงินสดระหว่างทางด้วยแล้ว ยิ่งตอบโจทย์คนอยากออมเงินระยะยาวสุด ๆ
และยิ่งไปกว่านั้น จากข้อมูลล่าสุดจะพบเลยว่ากองทุน ThaiESG ที่มีนโยบายจ่ายปันผล ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาทำผลงานได้ดี บางกองทุนพุ่งทะยานให้ผลตอบแทนทะลุ 38% เลยทีเดียว
Thairath Money เลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับกองทุน ThaiESG กันให้ลึกซึ้งขึ้น พร้อมกับเจาะลึกกองทุนที่ติดอันดับผลตอบแทนสูงสุด เตรียมเซฟลิสต์กันไว้ได้เลย
กองทุน Thai ESG คือ กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนที่มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนของไทยที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลที่ดี ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในธุรกิจที่รับผิดชอบต่อโลกและสังคมไปพร้อมกับการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน
สำหรับเงื่อนไขกองทุน ThaiESG ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น่าสนใจมาก โดยสามารถนำยอดซื้อไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท สิทธินี้แยกต่างหาก ไม่รวมกับโควตากองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ อย่าง RMF หรือ SSF ที่สำคัญคือ กำหนดระยะเวลาถือครองเพียง 5 ปีเท่านั้น
และสำหรับคนที่มีเป้าหมายอยากได้กระแสเงินสดกลับมาใช้จ่ายระหว่างทาง การเลือกชนิดกองทุนที่ระบุว่า "จ่ายเงินปันผล" ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเมื่อกองทุนบริหารแล้วมีกำไร ก็จะมีโอกาสจ่ายเงินออกมาให้เราชื่นใจนั่นเอง
แต่ต้องโน้ตไว้นิดนึงว่า เงินปันผลที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% (หรือเราจะเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีปลายปีเพื่อขอคืนทีหลังก็ได้หากฐานภาษีเราต่ำกว่า)
อันดับ 1 กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นปันผลไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ TDSThaiESG-D
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 2 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีท็อป 25 หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ MT25-ThaiESG
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 3 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นไทยยั่งยืนปันผล (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) หรือ SCBTD (ThaiESGE)
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 4 กองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นแฮนซ์เซ็ทไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ KFTHAIESGD
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 5 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นไทยยั่งยืนพาสซีฟ หรือ SCBTP(ThaiESGE)
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 6 กองทุนเปิด แอล เอช หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ LHTHAIESG-D
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 7 กองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG หรือ ES-SETESG-ThaiESG-D
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 8 กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนปันผล หรือ T-ThaiESG-D
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 9 กองทุนเปิดกรุงไทย ESG50 หรือ KTESG50-ThaiESG
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
อันดับ 10 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นไทยยั่งยืนแอคทีฟ (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) หรือ SCBTA(ThaiESGE)
มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV (ความเสี่ยงระดับ 6)
ผลตอบแทน
ลงทุนขั้นต่ำ
หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย. 69 โดยคัดเอาเฉพาะชนิดของกองทุนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดที่ไม่ซ้ำชนิด และผลตอบแทนย้อนหลัง ไม่ได้การันตีผลตอบแทนอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้