ถอดรหัส “Aura Wellness”ปั้น T-Beauty เตะตากองทุนยักษ์ Fullerton สิงคโปร์ ดันแบรนด์ไทยไปไกลระดับโลก

Investment

Fund

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

Tag

ถอดรหัส “Aura Wellness”ปั้น T-Beauty เตะตากองทุนยักษ์ Fullerton สิงคโปร์ ดันแบรนด์ไทยไปไกลระดับโลก

Date Time: 23 เม.ย. 2569 21:35 น.

Video

จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด งัดวิชา 5 กูรูชั้นนำ | SET x Thairath Money

Summary

Aura Wellness โชว์แกร่ง กวาดรายได้ปี 2568 โตพุ่ง 81% แตะ 1,746 ล้านบาท กำไร 214 ล้านบาท โต 74% ดึง Fullerton Fund Management กองทุนยักษ์สิงคโปร์ร่วมทุน ปั้นไทยสู่ World Wellness Destination


Latest


เมื่ออุตสาหกรรมความงามและสุขภาพ (Beauty & Wellness) ของประเทศไทยก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงธุรกิจบริการ ทรานส์ฟอร์มตัวเองสู่ “New Economy” หรือ “เศรษฐกิจใหม่” ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศ 

ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งนี้ด้วยการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดในปี 2569 จะเติบโตขึ้นจากฐานเดิม 1% ที่มีมูลค่าสูงถึง 75,200 ล้านบาท แม้ในวันที่ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่กลุ่มเป้าหมายยังคงยินดี “ลงทุนกับตัวเอง” โดยเฉพาะกับธุรกิจที่มอบผลลัพธ์ชัดเจนและคุ้มค่า 

และด้วยเหตุนี้เองท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจความงามที่ดุเดือด ชื่อของ “Aura Wellness” (ARWN) ได้กลายเป็นสปอร์ตไลท์ดวงใหม่ที่น่าจับตามอง หลังโชว์ผลประกอบการสุดแกร่งพร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจาก Fullerton Fund Management กองทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกภายใต้กลุ่ม Temasek จากสิงคโปร์ การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายธุรกิจ แต่คือจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์การปั้น "T-Beauty" ให้กลายเป็น New Economy ของไทยบนแผนที่โลก 

เปิดอาณาจักร Multi-Brand เมื่อความงามมาพร้อมตัวเลขที่จับต้องได้

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่โลดแล่นในตลาด Aura Wellness ได้พิสูจน์ตัวเองผ่านแบรนด์ที่เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็น Aura Bangkok Clinic, Aura Xpress และ AURASOL Wellness & Spa ความโดดเด่นทางธุรกิจของ Aura Wellness สะท้อนผ่านตัวเลขผลประกอบการที่น่าทึ่ง โดยในปี 2568 Aura Wellness สร้างปรากฏการณ์รายได้รวมสูงถึง 1,746 ล้านบาท (โต 81%) และกำไรสุทธิ 214 ล้านบาท (โต 74%) เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยมีจุดแข็งสำคัญอยู่ที่ยอดขายต่อสาขาของ Aura Bangkok Clinic ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 3 เท่า รวมถึงความสำเร็จของแบรนด์น้องใหม่อย่าง Aura Xpress ที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียงครึ่งปี ความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ Fullerton Fund Management หนึ่งในกองทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดของสิงคโปร์ ตัดสินใจเข้าลงทุนในรูปแบบรายการหุ้น โดย Aura Wellness เป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวในกลุ่ม Wellness ที่ได้รับการคัดเลือก จากทั้งหมด 10 บริษัทในพอร์ตการลงทุนมูลค่า 3,800 ล้านบาท การขยับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเม็ดเงิน แต่คือการยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้เล่นในระดับ Regional Player อย่างเต็มตัว 

จับมือกองทุนระดับโลก 

เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ Chief Executive Officer (CEO) และผู้ก่อตั้ง Aura Wellness มองว่า การร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Fullerton นับเป็นก้าวสำคัญที่เปิดประตูให้ Aura Wellness ก้าวสู่เวทีระดับสากล โดยบริษัทยังคงมีบทบาทเป็นแกนนำหลักในการบริหารงาน 

เนื่องจากการเข้าลงทุนของ Fullerton Fund Management ในครั้งนี้ เป็นการร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 2.857% (ที่เป็นหุ้นส่วนตัว) จึงไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารและผู้ถือหุ้นหลักที่ยังคงเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้งเดิม ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 90% 

ทั้งนี้ความสำเร็จที่ก้าวกระโดดของ Aura Wellness นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแบรนด์เดียว แต่เป็นการเติบโตพร้อมกันทั้งระบบภายใต้กลยุทธ์ Multi-Brand ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ โดยมี Aura Bangkok Clinic เป็นหัวหอกในการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่ไปกับ Aura Express ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่จนสามารถทำรายได้ทะลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว 

รวมถึง Aura Wellness ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งแต่ละแบรนด์มีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบรนด์ละ 4-7 แห่งต่อปี เพื่อรองรับอุปสงค์จากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่ม Medical Tourism ที่ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 10.49% ต่อปี และยังคงมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมหาศาลในฐานะ Soft Power ที่ทรงอิทธิพลระดับภูมิภาค

ทั้งนี้จุดเปลี่ยนสำคัญที่สปอร์ตไลท์ทุกดวงจับจ้อง คือการก้าวเข้ามาของ Fullerton Fund Management กองทุนภายใต้กลุ่ม Temasek ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น แต่เป็นการสร้าง “Validation” หรือการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการ และความโปร่งใสในระดับสากล

4 ปัจจัยเด่น ที่ทำให้ “Aura Wellness” เข้าตา “Fullerton”

สำหรับความโดดเด่นของ Aura Wellness ที่เข้าตา Fullerton จนก้าวสู่การเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค ประกอบไปด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การกระจายการเติบโตที่แม่นยำ, ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างต้นทุน, ระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและมั่นคง และ วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง 

อนิศา กีรติวรนันท์ ตัวแทนจาก Fullerton Fund เปิดเผยว่าเหตุผลที่เลือก Aura Wellness ท่ามกลางสมรภูมิที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด (Red Ocean) เป็นเพราะมองเห็นศักยภาพของไทยในฐานะ Wellness Destination ที่มีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งคุณภาพบุคลากรทางการแพทย์ และ Soft Power ของเทรนด์ “T-Beauty” ที่กำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ปัจจุบัน Aura Wellness จะยังไม่มีแผนการขยายสาขาออกสู่ต่างประเทศ แต่การได้รับแรงสนับสนุนจากกองทุนระดับโลกทำให้วิสัยทัศน์ของบริษัทกว้างขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Medical Tourism ซึ่งเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง ปัจจุบันชาวต่างชาติจำนวนมากเริ่มบินตรงมาเพื่อรับบริการที่ Aura Wellness โดยเฉพาะ 

ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพระดับ 5-6 ดาวในราคาที่คุ้มค่า (Value for Money) ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจ เจตบดินทร์ เชื่อมั่นว่าเมื่อกำลังซื้อลดลง ลูกค้าจะยิ่งเฟ้นหาผู้ให้บริการที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งในด้านประสบการณ์ของแพทย์ที่ต้องผ่านเคสมานับหมื่นราย และระบบการติดตามผลหลังรับบริการที่เข้มข้นจนกลายเป็น KPI หลักของทีม

อยู่ระหว่างศึกษาในการเข้า IPO

สำหรับแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) นั้น เจตบดินทร์ เผยว่า อยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมความพร้อมอย่างละเอียด การมีพาร์ทเนอร์ระดับสากลเข้ามาเสริมทัพในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเม็ดเงิน แต่คือการวางรากฐานให้ Aura Wellness เป็นแบรนด์ไทยที่ยั่งยืน และเป็นหัวหอกสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น World Wellness Destination อย่างแท้จริง

ดังนั้นการที่ Aura Wellness ผ่านด่านทดสอบนี้มาได้ นับเป็นการยืนยันว่าระบบการบริหารจัดการหลังบ้าน วินัยทางการเงิน และธรรมาภิบาลของบริษัทนั้นมีความโปร่งใสและแข็งแกร่งในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและลูกค้าในระยะยาว

“นอกจากความน่าเชื่อถือแล้ว Fullerton ยังเข้ามาทำหน้าที่เป็น "เข็มทิศ" และ "สะพานเชื่อม" สู่ตลาดทุนระดับโลก ด้วยประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญในการปั้นธุรกิจในพอร์ตโฟลิโอให้เติบโตอย่างถูกทิศทาง ความเชี่ยวชาญนี้เองที่จะช่วยปรับโครงสร้างให้ Aura Wellness พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม” เจตบดินทร์ กล่าว

และที่สำคัญที่สุดคือการเปิดประตูสู่เครือข่ายระดับสากล ที่จะทำให้ชื่อของแบรนด์ไทยอย่าง Aura Wellness ปรากฏอยู่ในสายตาของนักลงทุนและพาร์ทเนอร์ทั่วโลก ช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ กลายเป็นองค์กรชั้นนำที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก 

ปั้นธุรกิจอย่างไร? ให้ "เตะตา" กองทุนต่างชาติ 

ทั้งนี้หากผู้ประกอบการไทยอยากปั้นธุรกิจให้ "เตะตา" กองทุนต่างชาติได้อย่างไรนั้น? เจตบดินทร์ แนะว่าจากการดำเนินงานของ Aura Wellness ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลขกำไรที่สวยหรูเท่านั้น แต่คือการเตรียมความพร้อมในระดับสากลที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง โดยเฉพาะการวางรากฐานให้เป็นธุรกิจที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่วันแรก 

“สิ่งนี้หมายถึงการสร้างระบบบัญชี การบริหารจัดการ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ธุรกิจขยายตัวจนใหญ่โตหรือรอให้กองทุนเดินเข้ามาหา เพราะในโลกของการลงทุน ความพร้อมของระบบภายในคือเครื่องยืนยันความน่าเชื่อถือที่สำคัญที่สุด หากระบบพื้นฐานไม่แน่นพอ โอกาสในการปิดดีลระดับพันล้านก็อาจหลุดลอยไปได้ง่ายๆ” เจตบดินทร์ กล่าว

นอกจากรากฐานที่แข็งแกร่งแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสำคัญคือการออกแบบธุรกิจให้ "เติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด" หรือการสร้างโมเดลที่เอื้อต่อการขยายตัว ตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากกองทุนไม่ได้มองหาเพียงธุรกิจที่ดำเนินงานได้ดีในปัจจุบัน แต่พวกเขากำลังมองหาธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวในอนาคต 

ผู้ประกอบการจึงต้องสามารถตอบโจทย์ให้ได้ว่า เมื่อธุรกิจขยายจากสาขาที่ 1 ไปสู่สาขาที่ 50 หรือ 100 ระบบการจัดการจะยังคงรักษามาตรฐานและคุณภาพให้คงเดิมได้อย่างไรโดยไม่สะดุด การวางหมากล่วงหน้าเพื่อรองรับการเติบโตอย่างเป็นระบบเช่นนี้เอง ที่จะเปลี่ยนธุรกิจขนาดกลางให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะพาทั้งองค์กรและอุตสาหกรรม Wellness ของไทยไปสู่เวทีระดับสากลได้อย่างมีศักยภาพ

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney